สรุปข่าว : กกต.เตือนพรรค ‘บิ๊กตู่’ สั่งห้ามปราศรัย-หาเสียงโดยอ้างสถาบัน ‘นายกฯ’ เจอประท้วงป่วน
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ.ไป จ.ราชบุรี โดยมี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยทั้ง 2 คนเตรียมย้ายเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงศาลเจ้าแม่เบิกไพประมาณ 10 นาที เกิดเหตุชุลมุนขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและประชาชนผู้เห็นต่าง เป็นหญิงสูงวัย 1 คน ยืนดักขบวนนายกฯเพื่อแสดงออก เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ 2 นาย พยายามเข้าสกัดและเข้าไปนำตัวหญิงสูงอายุออกไป โดยกระชากเข้าไปยังซอกรถตู้ และเอาร่มกางเพื่อกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวเก็บภาพ และบางช่วงได้เอามือปิดปากเพื่อไม่ให้หญิงสูงอายุตะโกนใส่ขบวนรถนายกฯ แต่ช่วงหนึ่งมือของเจ้าหน้าที่หลุดจากปากหญิงสูงวัยช่วงที่ขบวนรถของ พล.อ.ประยุทธ์ผ่านพอดี หญิงสูงวัยจึงตะโกนด่า ขณะที่หญิงอีกรายสวมเสื้อยืดสีดำ ได้ชู 3 นิ้ว แสดงความเห็นต่าง เจ้าหน้าที่พยายามห้าม แต่หญิงที่สวมเสื้อยืดสีดำไม่ยอม เจ้าหน้าที่จึงใช้ร่มกางช่วงที่ขบวนรถของนายกฯผ่าน
ที่ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะประชาชน พร้อมกล่าวว่า “เมื่อกี้ยังมีข้างนอก ไม่รู้เป็นอะไรมือมี 3 นิ้ว มันหายไปไหน 2 นิ้ว ไม่รู้เหมือนกัน นี่ต้องไปดูสุขภาพ ฝากหมอดูด้วยว่าอีก 2 นิ้วเป็นอะไร แต่ผมไม่ได้โกรธอะไรเขาหรอก แต่ขอให้ดูด้วยแล้วกันว่าต้องมีปัญหาอาการอะไรสักอย่าง ผมโกรธเขาไม่ได้หรอกเขาคือคนไทย แต่เขาคิดอะไรผมไม่รู้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง การควบคุมและกำกับดูแลมีให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย แจ้งต่อหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค โดยระบุว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 22 กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต. และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. หรือให้มีการเลือก ส.ว. ทั้งนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่า ขอให้พรรคการเมืองแจ้งให้สมาชิกปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต.โดยเฉพาะระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าสมาชิกพรรคการเมืองกระทำการอันอาจมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติหรือสั่งการให้สมาชิกพรรคการเมืองยุติการกระทำนั้นโดยพลัน และกำหนดมาตรการหรือวิธีการที่จำเป็นเพื่อมิให้สมาชิกพรรคการเมืองผู้ใดกระทำการ อันอาจมีลักษณะดังกล่าวอีก แล้วแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีมติ ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จะเสนอให้ กกต.เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ คำสั่งดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 22 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน
นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต.ยังได้ลงนามในหนังสือเรื่องการควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ส่งถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยมีรายละเอียดว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้ปราศรัยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง อาจเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ดังนั้น จึงขอให้พรรค รทสช.ควบคุมและกำกับดูแลมิให้นายไตรรงค์กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต.

