ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อแก้ไขหรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายในบางกรณี พ.ศ. ๒๕๕๙ มีรายละเอียดระบุว่า
ตามที่กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณได้บัญญัติให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใดมีความจําเป็นต้องใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางในรายการใดที่นอกเหนือจากรายการที่ได้กําหนดไว้ในระเบียบนั้นแล้ว ให้ทําความตกลงกับสํานักงบประมาณโดยให้แสดงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายงบกลางที่จะขอนําไปใช้ในแผนงานหรือโครงการนั้น เพื่อให้การขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ และคณะรัฐมนตรีมีมติในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๗ และวันที่ ๑๒พฤษภาคม ๒๕๕๘ กําหนดแนวทางปฏิบัติกรณีการขออนุมัติใช้เงินงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น และกําหนดแนวทางการเสนอเรื่องงบประมาณต่อคณะรัฐมนตรี ตามลําดับ
สําหรับแนวทางการอนุมัติและการกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการใช้งบกลางนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยวินิจฉัยเป็นแนวทางไว้แล้วว่า การที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ใช้งบกลางเพื่อชดเชยเยียวยาตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ปัญหาภัยพิบัติ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่องทางนโยบายที่อยู่ในอํานาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ส่วนจะดําเนินการจ่ายในอัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการ อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีจะพิจารณากําหนดได้ตามความเหมาะสม โดยคํานึงถึงความเป็นธรรม ตลอดจนความพร้อมด้านงบประมาณของรัฐซึ่งคําวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นการสอดคล้องในแนวทางเดียวกับศาลปกครองสูงสุดที่วินิจฉัยไว้ว่าการที่คณะรัฐมนตรีจะดําเนินมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในเหตุการณ์ใดหรือไม่ เพียงใด เป็นกิจการในทางรัฐประศาสโนบายหรือเป็นการกระทําในทางการเมืองที่ไม่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งของศาลปกครองแม้คณะรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้จะมีอํานาจในการอนุมัติและบริหารการใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นได้ตามแนวทางและคําวินิจฉยขั ้างต้นก็ตาม แต่เพื่อให้การพิจารณาดําเนินการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัดจึงสมควรกําหนดให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุมัติ รวมทั้งการขอใช้เงินงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เพื่อแก้ไขหรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายในบางกรณี
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เพื่อแก้ไข
หรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายในบางกรณี พ.ศ. ๒๕๕๙”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ เมื่อมีกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐมีความจําเป็นต้องใช้
งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เพื่อการแก้ไขหรือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรมในความเดือดร้อนเสียหายทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประชาชนหรือของผู้ประสบภัยอันเป็นสาธารณภัยไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทําให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุหรือเหตุอื่นใด ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐเจ้าของเรื่องที่จะเสนอขออนุมัติจัดทํารายละเอียด จํานวนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง และหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายที่จะขอนําไปใช้ในแผนงาน ผลผลิต โครงการ หรือรายการใด รวมทั้งเหตุผลและความจําเป็น เสนอต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดให้ความเห็นชอบ
(๒) ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องตาม (๑) ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจสําหรับกรณีที่ให้มีการเบิกจ่ายผ่านทางสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เพ่ือเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาสั่งการของรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลหน่วยงานนั้นการขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางในลักษณะงบดําเนินการ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าใช้จ่าย ในกรณีเป็นงบลงทุน ให้สํานักงบประมาณเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าใช้จ่าย
(๓) ในกรณีที่รองนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้นําเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งสํานักงบประมาณเพื่อเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาก่อนการนําเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาและเห็นชอบด้วยแล้ว ให้สํานักงบประมาณแจ้งหน่วยงานเจ้าของเรื่องทราบและแจ้งสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี
ข้อ ๔ ในการจัดทํารายละเอียดของเรื่องที่เสนอขออนุมัติตามข้อ ๓ (๑) อย่างน้อย
ต้องประกอบด้วย
(๑) ชื่อหน่วยงานที่เป็นผู้เสนอขออนุมัติ และอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานนั้น
ในการดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องที่เสนอขออนุมัติ
(๒) แผนงาน โครงการ หรือรายการ และระยะเวลาในการดําเนินการ
(๓) กรอบวงเงินงบประมาณ และแผนการใช้จ่ายเงิน
(๔) คุณสมบัติหรือคุณลักษณะของผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา
(๕) วิธีในการดําเนินการ ซึ่งให้กระทําได้โดยวิธีการเบิกจ่ายตรงจากงบประมาณรายจ่ายงบกลาง หรือวิธีการโอนเงินผ่านทางองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือคืนเงินที่องค์กร หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการเงินดังกล่าวสํารองจ่ายไปก่อนในการกําหนดตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ต้องคํานึงถึงหลักความเป็นธรรม ความเท่าเทียม
และต้องรักษาไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลังของรัฐ
ข้อ ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้

