วันนี้ (7 ธ.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กหลังเดินทางมายื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำเปลี่ยนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นการผลิต LNG แทน โดยระบุว่า
ยกเลิกถ่านหิน เปลี่ยนเป็น LNG ดีกว่า ถูกกว่า ทำได้เร็วกว่า หลังจากทึ่ได้ศึกษาข้อเท็จจริงมานานพอสมควร วันนี้ผมได้ไปยื่นข้อเสนอร่วมกับอดีตส.ส.สงขลาและกระบี่ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นการใช้ LNG ข้อเสนอนี้ลงนามโดยคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งคุณอภิสิทธิ์ได้เกริ่นเป็นการส่วนตัวให้กับท่านนายกฯประยุทธ์ได้รับทราบก่อนหน้านี้แล้ว
ผมขอนำคำแถลงกับสื่อมวลชนมาลงให้ได้เห็นตรรกะและเหตุผลของเราครับ แต่เอาว่า 1. ปลอดภัยกว่า 2. มั่นคงกว่า 3. ค่าไฟถูกกว่า 4. สร้างได้เร็วกว่า (หลายปี) และ 5. งบลงทุนน้อยกว่า (ครึ่งหนึ่ง) และกฟผ. ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซียด้วย
คำแถลง
ทีมนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ปรึกษากับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสงขลาและกระบี่ ในประเด็นที่เกี่ยวกับแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่และเทพา โดยสรุป เรามีข้อเสนอเพื่อการพัฒนาโครงการ LNG แทนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินชายฝั่งทะเลภาคใต้ และสนับสนุนให้มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากสถานการณ์ทางด้านพลังงานและเชื้อเพลิงในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สมมติฐานที่ทาง ราชการ เคยใช้เพื่อตัดสินใจการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าควรที่จะต้องมีการทบทวนและปรับปรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ดังนั้น เราเห็นว่า เราควรเปลี่ยนแผนการสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินทั้งหมด และสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเชื้อเพลิง LNG แทน
โดยสรุปเหตุผลหลัก1. สาเหตุที่เสนอ LNG เนื่องจาก เป็นเชื้อเพลิงที่มีแหล่งผลิตที่หลากหลาย ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง มีตลาดซื้อขายที่พัฒนา จึงทำให้ลดความเสี่ยงในด้านการจัดหา และนับเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องแหล่งผลิต
2. ราคา LNG และราคาถ่านหินในปัจจุบันทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากLNG ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากถ่านหิน
3. เงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้า LNG ต่ำกว่าเงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประมาณ 50%
4. การก่อสร้างโรงไฟฟ้า LNG ใช้ระยะเวลาในการขออนุญาติและก่อสร้างเพียง 48 เดือน เทียบกับระยะเวลาในการขออนุญาติและก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ 80 เดือน
5. การก่อสร้าง LNG Receiving Terminal ในภาคใต้จะเสริมความมั่นคงให้ประเทศ จากปัจจุบันที่มีการนำเข้า LNG ที่ระยองเพียงจุดเดียว
6. การยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของไทยในการแสดงความตั้งใจที่จะช่วยลดภาวะเรือนกระจก
สำหรับด้านพลังงานหมุนเวียนนั้น รัฐควรมีมาตรการเพิ่มเติมในการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน
โดยการเปิดโอกาสให้มีการผลิตและการซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความเป็นเสรีมากขึ้น
ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดเราจะนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อท่านได้พิจารณาต่อไป

