‘เพื่อไทย’ บุกคลองเตย จัดปราศรัย กทม. อ้อนขอคะแนนส่ง ‘บิ๊กเบญ’ เข้าสภา เย้ยยุบสภาเมื่อไหร่ พท.เต็มหีบแน่ ย้ำหากได้เสียงเกินครึ่ง คนของ พท.ต้องเป็นนายกฯเท่านั้น ไม่มียกให้ใคร
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่โดมลานกีฬาชุมชนพัฒนา 70 ไร่คลองเตย พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดปราศรัย นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายวราวุฒิ ยันต์เจริญ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม เขตคลองเตย โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
โดย นายเอกพร รักความสุข อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ปราศรัยว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค พท.ได้ชูธงและมั่นใจว่า พท.ได้ ส.ส. 310 เสียงขึ้นไป ถ้าเสียงของพรรค พท. 310 เสียง ชนะไปแล้วส่วนของ ส.ว. 250 เสียง ย่อมไม่สามารถมากดดันในสภาได้ และขอให้พี่น้องมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เราจะใช้เสียงของประชาชนเปลี่ยนรัฐบาล
“ไม่ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้จะยุบสภาเมื่อไหร่ แต่เพื่อไทยเต็มหีบแน่นอน เกี่ยงกันอยู่นั่นว่าจะยุบสภาวันนี้ พรุ่งนี้ แต่สภาผู้แทนราษฎรจบมาตั้งนานแล้ว ไม่มีสภา ให้ประชุมแล้วจะถ่วงเวลายุบสภาทำไม ถ่วงเวลาย้ายพรรค ฉะนั้น อนาคตของพี่น้องอยู่ที่การสนับสนุนนักการเมือง พรรคการเมือง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ประหลาดมากเพราะเบอร์ต่างกัน แต่คนอีสาน คนเหนือยืนยันแล้วว่าต่อให้พรรคเพื่อไทยจะเบอร์ไหนก็จะกา จึงขอให้พี่น้องชาวคลองเตยช่วยกันเลือกบิ๊กเบญเข้าสภา” นายเอกพรกล่าว

ด้าน นางพวงเพ็ชร ปราศรัยว่า ดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจพรรค พท.และบิ๊กเบญ วันนี้เรามาประกาศความพร้อมของพรรค พท. เรามาขอคะแนนให้บิ๊กเบญ เขาทำงานการเมืองมาเกือบ 20 ปี ดูแลพี่น้อง รู้ความทุกข์ ปัญหาทั้งหมดในคลองเตย บิ๊กเบญเป็นผู้สมัครที่มีความรู้ ความสามารถ ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่คัดเลือกผู้สมัคร จึงบอกได้เลยว่าทุกคนมีความรู้ ความสามารถคับแก้วและต้องรู้ปัญหาของพื้นที่ ทุกคนเชื่อมั่นได้เลยว่าผู้สมัครของเราจะมารับใช้ชาว กทม.
“นอกจากนี้ เรายังมีความพร้อมนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ที่เราต้องคิดใหญ่เพราะประเทศบอบซ้ำมาก มีรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการรัฐประหาร ให้ทหารมาบริหารประเทศก็เป็นอย่างที่เราเห็น จะมาหัวเสียใส่พวกเราโดยไม่รู้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และทุกนโยบายของเราจะต้องทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ค่าแรง 25,000 บาท ซอฟต์เพาเวอร์ ประการสุดท้ายคือ เรามีความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ครั้งที่แล้วเราชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้”

นางพวงเพ็ชรกล่าวต่อว่า ฉะนั้น เรามาขอโอกาส มาอ้อนวอนขอว่าให้เลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะได้เป็นเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งสำคัญมากเพราะเสียงของท่าน มือของท่านจะช่วยพลิกฟื้นประเทศ พลิกฟื้น กทม. และพลิกฟื้นคลองเตย และอยากฝากให้พี่น้องมอบความไว้วางใจให้พรรค พท. เพราะพรรค พท.เป็นพรรคเดียวที่ทำนโยบายได้จริง
“เราเคยทำสำเร็จมาแล้วและจะทำสำเร็จในอนาคต วันที่ 7 พฤษภาคม หรือวันที่ 14 พฤษภาคม ที่จะมีการเลือกตั้งนี้ ให้ท่านเข้าคูหากา พท.บัตร 2 ใบ ไม่ได้บอกว่าพรรคอื่นไม่ดี เขาก็ดี แต่พรรค พท.ดีที่สุด ท่านเลือกพรรค พท. ท่านไม่มีวันที่จะผิดหวังแน่นอน และพรรค พท.จะต้องเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ย้ำว่าขอให้ช่วยกันเลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทุกเขตทั้งประเทศ” นางพวงเพ็ชรกล่าว

ขณะที่ นายณัฐวุฒิปราศรัยว่า เกิดมาตนไม่เคยยอมอะไรใครง่ายๆ แต่เรื่องลูกบ้าตนว่าต้องยอมบิ๊กเบญสักคน ลูกบ้าที่ว่าไม่ใช่บ้าแบบให้ร้ายสังคม ไม่ใช่บ้าในการกดขี่เอาเปรียบพี่น้องประชาชน แต่บ้าเพราะรักประชาชน บ้าเพราะรักคนคลองเตย บ้าเพราะอยากทำงานให้คนคลองเตย ลูกบ้าแบบนี้ต้องเข้าคูหาไปกาให้หายบ้า เลือก พท.เอาบิ๊กเบญเข้าสภา และเราไม่ได้มีแค่เขตนี้เขตเดียวแต่เรามีคนที่อาสามาทำงานเพื่อพี่น้อง กทม. พร้อมแล้วทั้ง 33 เขตสำหรับพี่น้องชาว กทม.
“8 ปีที่ผ่านมาที่คน กทม.ไม่เคยมีโอกาสเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่เคยมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับพรรคการเมืองที่เคยมีผลงาน แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้จริง แต่คราวนี้เป็นโอกาสดีที่สุดและเป็นโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากขั้วอำนาจปัจจุบันได้ ถ้า พท.ไม่แลนด์สไลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพวกคาบไปรับประทานแน่ๆ แต่ถ้า พท.แลนด์สไลด์ เราจะจัดตั้งรัฐบาล เราจะเป็นนายกรัฐมนตรี และจะเอานโยบายมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน”

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า พี่น้องคนกรุงเทพฯ และพี่น้องทั้งประเทศพร้อมจะเทใจและเทคะแนนให้พรรค พท.ได้แลนด์สไลด์เกินครึ่งหรือไม่ เป้าหมายเกินครึ่ง เราไม่ได้ประกาศเลื่อนลอยเกินเหตุ ไม่ใช่ แต่เราเคยทำได้มาแล้วในกติกาเช่นนี้ ตั้งแต่ปี 2548 ด้วยกติกาเช่นนี้ พรรค พท.เราได้เสียงเกินครึ่งมาตลอด แต่ปี 2550 เขาเปลี่ยนกติกา เหตุผลเดียวคือจะเอาเปรียบพรรค พท. แต่พท.ก็ยังชนะ คราวนี้กติกาเดิมกลับมาอีกครั้ง เขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน การประกาศแลนด์สไลด์ของพรรค พท.จึงไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เราเคยทำได้มาแล้ว และเราจะทำอีกครั้งภายใต้การได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน พรรคอื่นพูดว่าเกินครึ่งคนไม่เชื่อ แต่ถ้าพรรค พท.พูดว่าเกินครึ่งมันน่าเชื่อ ถ้า พท.ได้ไม่เกินครึ่งท่านอยู่กับบิ๊กตู่ บิ๊กป้อมต่อแน่นอน 8 ปีที่ผ่านมาพอแล้ว เอาบิ๊กเบญไปใช้ดีกว่า บิ๊กเบญไม่มีรถถังมาปฏิวัติ มีแต่รถมาบริการช่วยคนคลองเตย แม้บิ๊กเบญจะเป็นคนโผงผางแต่ไม่เคยกดขี่ข่มเหงประชาชน
“มีการพูดกันว่าหากเลือกตั้งเสร็จเพื่อไทยจะจับมือแล้วเอาประวิตรเป็นนายกฯ จะเป็นไปได้หรือไม่ อันนี้พูดตามที่หัวหน้าพรรคพูด เราหาเสียงแบบแลนด์สไลด์ หากเพื่อไทยได้เกินครึ่ง เพื่อไทยต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และคนเพื่อไทยต้องเป็นนายกฯเท่านั้น ไม่มียกให้ใคร” นายณัฐวุฒิกล่าว


