หน้าแรก การเมือง พท.บุกแฟลตคลอ...

พท.บุกแฟลตคลองจั่น หนุนกีฬา เศรษฐา ย้ำไม่ขัดแย้งใคร ยินดี ส.ส.พปชร.แห่ซบ

15.03.23 | 18:54 น.

พท.บุกแฟลตคลองจั่น หนุนกีฬา เศรษฐา ย้ำไม่ขัดแย้งใคร ยินดี ส.ส.พปชร.แห่ซบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่ลานกีฬาสมาพันธ์แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายดนุพร ปุณณกันต์ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วย ส.ส.กทม.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ พรรค พท. ลงพื้นที่ล้อมวงคุยกับตัวแทนสภาเยาวชน 10 เขต เพื่อถาม-ตอบประเด็นเกี่ยวกับปัญหาด้านการกีฬา และรับฟังเสียงสะท้อนจากเยาวชน

โดยตัวแทนเยาวชน เสนอว่า อยากให้ช่วยสำหรับการรวมกลุ่มพัฒนากีฬาชนิดต่างๆ และอยากรู้ว่าพรรค พท.มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า พรรค พท.ให้ความสำคัญกับกีฬา เราตั้งคณะกรรมการด้านนี้โดยเฉพาะ และเชื่อว่าเยาวชนแต่ละคนอยากก้าวหน้าไปสู่จุดที่สูงสุด เราจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนที่มีศักยภาพได้มีโอกาสในการคัดตัว เพื่อสร้างความหวัง

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังการพูดคุยกับกลุ่มเยาวชนว่า การกีฬาเป็นเรื่องที่พรรคให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย เป็นหนทางในการประกอบอาชีพด้วย แม้บางคนจะไม่มีความสามารถสูง แต่การที่เราจัดพื้นที่ให้เหมาะสมและครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ก็ต้องทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่ไปหมกมุ่นกับยาเสพติดและการพนัน ทั้งนี้ จากการที่ฟังปัญหาก็ครอบคลุมหลายกระทรวง แน่นอนว่าเรามีพื้นที่อยู่แล้ว แต่เรื่องของงบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องจัดสรรให้เหมาะสม

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และมีการออกจดหมาย ความว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะนำนโยบายแต่ละพรรคมาจัดทำ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านจดหมายของท่าน แต่ได้ยินคำว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง ก็เป็นนิมิตหมายอันดี และท่านก็พูดหลายครั้งแล้วเรื่องนี้ ทางพรรค พท.ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เรามีข้อขัดแย้งกับความยากจน ความไม่เสมอภาคและความไม่เท่าเทียม ซึ่งจากนี้ไปจนถึงช่วงมีการเลือกตั้ง เราก็จะเร่งกลั่นนโยบายที่โดนใจประชาชนออกมา

Advertisement

เมื่อถามว่า การที่ พล.อ.ประวิตรระบุจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำให้เห็นพรรค พปชร.เป็นทางออกของประเทศหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ดูแต่พรรค พท.อย่างเดียวว่าเราต้องไปสู่จุดมุ่งหมายที่ได้คะแนนเยอะที่สุด

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้าย มีการอนุมัติงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นการหาเสียงประชาชนช่วงสุดท้ายก่อนที่มีการเลือกตั้ง นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าดูเยอะอยู่ แต่เรื่องของการบริหารจัดการจะเป็นไปตามนโยบายที่ทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ เราต้องมานั่งดู และช่วยกันสอดส่อง ทั้งนี้ หากเราได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาอยู่ในสภาในจำนวนที่มาก เชื่อว่าเราจะได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มแข็ง นโยบายใดเป็นประโยชน์ เราก็จะทำต่อ ส่วนกรณีการขึ้นค่าตอบแทน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มองว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อน การที่มีการเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมาดูด้วยว่าเรื่องของวินัยการเงินการคลังของประเทศอยู่ตรงไหน

เมื่อถามว่า มี ส.ส.จากพรรค พปชร.ย้ายมาอยู่พรรค พท. จะช่วยมาตอกย้ำเรื่อง 310 เสียงของพรรคหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคที่เราจะเผยแพร่ออกไป เพราะตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงพรรค พท. เราใช้นโยบายนำ และนโยบายเราทำได้จริง ฉะนั้น เรื่องของนโยบายเป็นเรื่องหลัก แต่เรื่องที่ ส.ส.จากพรรคใดก็ตาม หรือแม้กระทั่ง ส.ส.ในพื้นที่ของเรา ก็จะช่วยกันไปจนกว่าจะถึงจุดมุ่งหมาย

นายเศรษฐากล่าวตอบพร้อมอมยิ้มว่า “ยินดีต้อนรับครับ”

จากนั้น นายเศรษฐาพร้อมสมาชิกพรรค พท.ร่วมเตะฟุตซอลกับเยาวชนที่มาร่วมพูดคุย บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน