09.00 INDEX ดิน ฟ้า อากาศ สมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ในแผน ลับ ลวง พราง หรือไม่
หากเทียบระหว่างเส้นทางการ “ย้ายขั้ว” ระหว่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กับกรณีของ นายจตุ ไกรฤกษ์ ต้องยอมรับว่ากรณีของ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน มีความโลดโผนมากกว่า
แม้จะถือเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปรกติยิ่งสำหรับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นับแต่เป็นส.ส.เมื่อเดือนกรกฎาคม 2526
เพราะถึงอย่างไรการย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปยังพรรค รวมไทยสร้างชาติก็แทบไม่แตกต่างไปจากอดีตที่ นายจติ ไกรฤกษ์ เคยย้ายจากพรรคประชากรไทยมายังพรรคประชาธิปัตย์
เนื่องจากรากฐานของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชากร ไทยก็มิได้ห่างกันอย่างสุดขั้ว เนื่องจากระยะ 2 ทศวรรษหลังสีสัน พรรคประชาธิปัตย์ก็แทบไม่ต่างไปจากพรรครวมไทยสร้างชาติ
ขณะที่กรณีของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มากด้วยความโลดโผน แพรวพราวด้วยสีสัน แม้ครั้งหนึ่งโดยความเป็น “กลุ่มวังน้ำยม” จะแนบชิดสนิทยิ่งกับ “กลุ่มวังบัวบาน” เป็นอย่างมากก็ตาม
หากจุดเปรียบเทียบอันสะท้อนความต่างอย่างร้อนแรง คือ รากฐานอันแผกจากกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย
“เส้นแบ่ง” อย่างมีความสำคัญ คือ รัฐประหาร 2557
หากมองจากรากฐานและการดำรงอยู่บนเส้นทางการเมืองของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน การย้ายขั้ว เปลี่ยนข้าง เป็นเรื่องธรรมดา อย่างปรกติยิ่ง
ไม่เพียงหลังรัฐประหาร 2534 หากนับแต่หลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 ก็มีความแจ่มชัด ตราตรึงยิ่ง
ในห้วงที่เข้าร่วมในการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐก็ไม่เพียงอยู่ บนความมั่นใจที่ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” และทุกฝ่ายก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังอยู่บนรากฐานที่พร้อมให้การฟอกขาวกับบทบาทในทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ ชา ตั้งแต่ก่อนและหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562
การหวนกลับมายังพรรคเพื่อไทยจึงกลายเป็นการหักมุมชนิด 360 องศาในทางการเมือง เนื่องแต่ “ดิน ฟ้า อากาศ” โดยแท้
อย่าได้แปลกใจหากสังคมการเมืองจะมองการตัดสินใจครั้งนี้ของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ “แลนด์ สไลด์” ของพรรคเพื่อไทย
หากแต่ประเมินว่าน่าจะเป็น “ส่วนหนึ่ง” แห่ง “ลับ ลวง พราง”
เป็น “ลับ ลวง พราง” อันไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการสร้างภาพ ใหม่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้แยกห่างและต่างหากไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
และสัมพันธ์กับ “ฤดูกาล” ที่แปรเปลี่ยนเนื่องแต่ “ดิน ฟ้า และ อากาศ” อันยอกย้อนยิ่ง
ไม่ว่ามองจาก “พลังประชารัฐ” ไม่ว่ามองจาก “เพื่อไทย”

