เช็กขุมกำลัง ‘บิ๊กป้อม’ พปชร.ยามไร้ ‘กลุ่มสามมิตร’

17.03.23 | 12:35 น.

เช็กขุมกำลัง‘บิ๊กป้อม’ พปชร.ยามไร้‘กลุ่มสามมิตร’

ชัดเจนขึ้นจนเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับขุนพลระดับ “บิ๊กเนม” ทางการเมืองอย่าง “กลุ่มสามมิตร” ภายใต้การนำของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ตัดสินใจตามดิน ฟ้า อากาศทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ย้ายค่ายไปสู้ศึกเลือกตั้งกับ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้

พรรค พปชร.ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.คุมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อเสีย “กลุ่มสามมิตร” ไปอีกกลุ่ม ในทางการเมืองจึงดูเหมือนว่าพละกำลังในระดับที่จะปักธงคว้า ส.ส.ได้ ย่อมจะลดน้ำหนักลงไปด้วย

เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาพร้อมกับชู “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค รทสช.ด้วยนั้น พรรค พปชร.กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่เจอเกมตกปลาในบ่อเพื่อน ถูกพรรค รทสช.ดึง ส.ส. และอดีต ส.ส.ของพรรค พปชร.จากทุกภาค ไปมากที่สุด

อย่างกลุ่มของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่นำ ส.ส.ในสังกัดย้ายตามไปสังกัดพรรค รทสช. อาทิ “รณเทพ อนุวัฒน์” อดีต ส.ส.ชลบุรี “ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์” อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา “สมพงษ์ โสภณ” อดีต ส.ส.ระยอง “พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา” อดีต ส.ส.จันทบุรี “สาธิต อุ๋ยตระกูล” อดีต ส.ส.เพชรบุรี “ไพลิน เทียนสุวรรณ” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ

Advertisement

ส่วนสายใต้ “ดร.แด๊กซ์” ธนกร วงบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแม่ทัพ นำ ส.ส.ใต้พรรค พปชร. อย่าง “สายัณห์ ยุติธรรม” อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช “วัชระ ยาวอหะซัน” อดีต ส.ส.นราธิวาส รวมทั้ง “ศาสตรา ศรีปาน” “พยม พรหมเพชร” “อรุณ สวัสดี” 3 อดีต ส.ส.สงขลา มาร่วมทัพ รทสช.

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มของ “เสธ.หิ” “หิมาลัย ผิวพรรณ” นำ ส.ส.พปชร.ในสังกัด อย่าง “สัญญา นิลสุพรรณ” อดีต ส.ส.นครสวรรค์ “สุรชาติ ศรีบุศกร” อดีต ส.ส.พิจิตร และ “มานัส อ่อนอ้าย” อดีต ส.ส.พิษณุโลก มาร่วมเป็นแบ๊กอัพให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พรรค รทสช.

รวมทั้ง “เสี่ยแฮงค์” “อนุชา นาคาศัย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และอดีต ส.ส.ชัยนาท “นิโรธ สุนทรเลขา” ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ “ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์” และ ประสิทธิ์ มะหะหมัด อดีต ส.ส.กทม. ที่ย้ายไป
ร่วมค่าย รทสช.ด้วย

ขณะที่ขุนพลระดับบ้านใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ข้างกาย “บิ๊กป้อม” เช็กชื่อและยังมีเสียงตอบรับในเวลานี้ ยังมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และทีมงานพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่นำลูกทีมกลับมาบ้านเก่าอย่างพรรค พปชร.อีกครั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับมอบหมายให้ดูแลในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน

ส่วนกลุ่มมะขามหวานมี “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ยังเป็นแม่ทัพนำลูกทีมสู้ศึกเลือกตั้งในนามพรรค พปชร.อีกสมัย

ทั้ง “พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 “จักรัตน์ พั้วช่วย” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 “วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 “สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 4 และ “เอี่ยม ทองใจสด” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 5 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จ.เพชรบูรณ์ มีเขตเลือกตั้งเพิ่มเป็น 6 เขต ซึ่ง “สันติ” รับบทแม่ทัพจัดวางตัวผู้สมัครไว้แล้วทั้ง 6 เขต โดยตั้งเป้ากวาดยกจังหวัด เหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2562

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมี “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” ของ “เสี่ยยักษ์” วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. รับหน้าที่ดูแลพื้นที่และผู้สมัคร ส.ส.ในจังหวัดนครราชสีมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนพื้นที่ภาคกลาง “ตระกูลธนาคมานุสรณ์” ที่มี “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นแม่ทัพคุม จ.สิงห์บุรี รวมทั้งบ้านใหญ่สระแก้วที่มี “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ “ขวัญเรือน เทียนทอง” อดีตนายก อบจ.สระแก้ว ยังเป็นกำลังหลักให้กับพรรค พปชร. ขณะที่ จ.กำแพงเพชร ยังมีกลุ่มของ “วราเทพ รัตนากร” อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และ “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร ผนึกกำลังดูแลพื้นที่ให้กับ พปชร.

นอกจากนี้ ยังมี “บ้านใหญ่ปากน้ำ” ภายใต้การนำของ “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ คุม ส.ส.ทั้ง 6 เขต ยังเหนียวแน่นสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรค พปชร.ในครั้งหน้า

ขณะที่ภาคใต้มี “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และ “อันวาร์ สาและ” อดีต ส.ส.ปัตตานี พรรค ปชป.มาช่วยกันดูแลพื้นที่ ช่วยกันเดินหน้ายุทธศาสตร์ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” หนุน พล.อ.ประวิตร ให้เป็นนายกฯคนที่ 30 ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ทุกกลุ่มที่อยู่ข้างกาย “พล.อ.ประวิตร” ชัดเจนในวันนี้ว่ายังสังกัดพรรค พปชร. แต่เมื่อดิน ฟ้า อากาศในทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง คงต้องเช็กชื่อกันอีกครั้งว่า

“บิ๊กเนม” ที่ยังอยู่ร่วมงานกันในวันนี้ จะยังจับมือกันเหนี่ยวแน่นจนถึงวันเลือกตั้งหรือไม่