การเมืองในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ล้วนมีพรรคการเมืองหลากหลายแนวคิดอุดมการณ์ มีทั้งพรรคฝ่ายขวา พรรคฝ่ายซ้าย พรรคเป็นกลาง หรือเรียกกันว่าพรรคแนวอนุรักษนิยม แนวสังคมนิยม แนวเสรีนิยม โดยในประเทศที่ประชาธิปไตยเจริญก้าวหน้า พรรคการเมืองหลากหลายแนวเหล่านี้ ต่อสู้กันในระบบรัฐสภา ชนะหรือแพ้ภายใต้วิถีทางการเลือกตั้ง
ทุกพรรคทุกแนวมีโอกาสชนะและได้จัดตั้งรัฐบาล ตามแต่ความต้องการของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในห้วงนั้นๆ
อย่างเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วยุโรปเกิดปัญหาผู้อพยพผู้ลี้ภัยทะลักเข้ามาในประเทศมากๆ แล้วเกิดเหตุอาชญากรรมลุกลามตามมา
ทำให้ประชาชนในยุโรปหลายประเทศ เบื่อหน่ายรัฐบาลแนวเสรีนิยม ที่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน รับผู้อพยพผู้ลี้ภัยตามหลักมนุษยธรรม
ส่งผลให้พรรคฝ่ายขวาพลิกกลับมาชนะเลือกตั้งเป็นทิวแถว
นั่นคือวิถีประชาธิปไตย และประชาชนเป็นผู้ตัดสินจริงๆ ตามสภาพปัญหาที่กระทบต่อประชาชนในห้วงนั้นๆ
การเมืองไทยเรายังไม่ก้าวหน้าไปขนาดนั้น ซึ่งจะต้องช่วยกันผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นให้ได้
ตราบใดที่พรรคฝ่ายขวา หรือกลุ่มอนุรักษนิยมการเมืองในบ้านเรา ไม่ได้ยึดหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เมื่อแพ้การเลือกตั้ง ควรต้องยอมรับ และนำเสนอความคิดอุดมการณ์ชี้ความผิดพลาดของรัฐบาลให้ชาวบ้านเห็น เพื่อโอกาสจะชนะเลือกตั้งในครั้งต่อไป
แต่ฝ่ายขวาในบ้านเรา ยังทำประเทศให้ล้าหลัง เพราะเมื่อสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เป็นต้องสร้างสถานการณ์เพื่อเปิดทางให้ทหารออกมายึดอำนาจล้มประชาธิปไตย
แถมการเมืองไทยเรา ยังเปิดช่องให้ทหารเข้ามาแทรกแซงได้ทุกเมื่อ นั่นคือเหตุให้ประเทศชาติตกต่ำ เมื่อการเมืองแย่ เศรษฐกิจสังคมก็ถดถอยไปด้วย
อย่างการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็ยังมีกติกาที่ขัดขวางประชาธิปไตยปรากฏอยู่ นั่นคือ 250 ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ยังมีอำนาจโหวตแต่งตั้งนายกฯ นำมาสู่กระแสเรียกร้องให้ช่วยกันเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย เพื่อปิดสวิตช์ 250 ส.ว.โดยอัตโนมัติ
จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ ต้องจับตามองกันต่อไป
พูดถึงสนามเลือกตั้งหนนี้ มีพรรครวมไทยสร้างชาติเกิดขึ้นใหม่ ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคนปัจจุบัน มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ หมายมั่นปั้นมือว่าจะรักษาเก้าอี้นายกฯได้เป็นต่อไปอีกดูจากแนวทางและตัวบุคคลที่มารวมกันในพรรคนี้แล้ว พอจะเรียกได้ว่านี่คือพรรคการเมืองแนวขวาสุดในยุคนี้
เพราะผู้นำคือ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สามารถทิ้งความเป็นอดีตผู้นำทหารได้ ยังแข็งกร้าวดุดันทุกอารมณ์ และมักชูอุดมการณ์คนดีมีศีลธรรมถือความสัตย์แบบนามธรรม ตามสไตล์แนวคิดอนุรักษนิยมทางการเมือง
ล่าสุดเหตุการณ์คนคิดต่างไปแสดงออก ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ราชบุรี โดนเจ้าหน้าที่รัฐฉุดกระชากเอามืออุดปาก แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็พูดจาให้ท้ายวิธีการนี้
ทำเอาทั้งสังคมวิพากษ์วิจารณ์ นี่กำลังจะลงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่คนคิดต่างไปแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ก็เอากันขนาดนี้ แสดงว่าไม่สนใจหลักประชาธิปไตยอะไรเลย ยืนยันความเป็นพรรคขวาสุดโต่งอย่างแท้จริง
เอาเป็นว่า แพ้หรือชนะขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชน ได้แต่หวังว่าพรรคขวาจัดของไทยเรา ยึดวิถีประชาธิปไตย สู้กันในระบบรัฐสภาล้วนๆ คงช่วยให้การเมืองไทยพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

