เดินหน้าชน : ‘ไฟใต้’ยิ่งตียิ่งโต
การพูดคุยสันติสุข เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือโจทย์ที่ยาก ที่หลายรัฐบาล และกองทัพ ยังคงเดินหน้าทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อนำความสงบสุขมาสู่ด้ามขวานไทย
โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา “บิ๊กลภ” พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ บินไปมาเลเซีย เพื่อพบกับ นายอุสตาซอานัส อับดุลเราะห์มาน คณะผู้แทน BRN โดยหารือแบบเต็มคณะ ครั้งที่ 6 โดยมี พล.อ.ตันศรี ดาโตะซรี ซุลกีฟลี ไซนัล อะบิดิน เป็นผู้อำนวยความสะดวกและมีผู้เชี่ยวชาญร่วมสังเกตการณ์ด้วย
ผลการพูดคุยได้เคาะแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน และกรอบเวลา คือ 1.คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ และคณะผู้แทน BRN เห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดทำ “แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม” หรือ Joint Comprehensive Plan towards Peace (JCPP) มีเนื้อหาสำคัญ 2 ส่วน คือ การลดความรุนแรงในพื้นที่และการจัดการปรึกษาหารือกับประชาชนเพื่อนำไปสู่การแสวงหาทางออกทางการเมือง
2.คู่พูดคุยเห็นชอบกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ JCPP เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในปี 2566 และ 2567 ซึ่งทั้งสองฝ่าย คาดหวังว่า จะสามารถบรรลุฉันทามติในการยุติความขัดแย้งและนำข้อสรุปที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาและนำสันติสุขที่ถาวรสู่พื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
3.คู่พูดคุยได้มอบหมายให้คณะทำงานทางเทคนิคของแต่ละฝ่ายนัดหมายจัดการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันอย่างไม่เป็นทางการในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2566 เพื่อร่วมกันจัดทำรายละเอียดของ JCPP ให้เสร็จสิ้นและนำเสนอต่อการพูดคุยแบบเต็มคณะในเดือนมิถุนายน 2566 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อเริ่มต้นขั้นการปฏิบัติต่อไป
และ 4.คู่พูดคุยต่างแสดงความยินดีต่อผู้อำนวยความสะดวกในโอกาสเริ่มปฏิบัติหน้าที่ จะมีส่วนช่วยให้การจัดทำและการปฏิบัติตาม JCPP ในระยะต่อไป
จากนั้น “พล.อ.ตันศรี” ขึ้นเครื่องบินมาที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อพูดแนวทางต่างกับ “บิ๊กต้น” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คล้อยหลังไม่มีวันก็เกิดเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์คณะ พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รอง มทภ.4 แต่โชคดีรอดหวุดหวิด แต่ที่โชคร้ายคือ พ.ต.และ จ.ส.อ.หน่วยอีโอดีต้องเสียชีวิต โดยต้องมาวิเคราะห์ว่าจงใจลอบสังหารระดับ รอง มทภ.4 หรือบังเอิญกันแน่?
ทั้งนี้ อดีตทีมคณะพูดคุย ให้ความเห็นว่า คำว่ากรอบเวลาที่ชัดเจนนั้นบิ๊กลภพูดเอง แต่ความชัดเจนในเรื่องการลดเหตุความรุนแรงจะเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใดขอให้สังคมจับตามอง เพราะปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด นอกจากคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงภายในปี’66 และปี’67 ทั้งนี้ มีข้อสังเกตที่สำคัญคือ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง แม้ว่า
บิ๊กลภกับตัวแทนบีอาร์เอ็นจะได้จับมือตกลงใช้แนวทางสันติวิธีกันแล้วแต่ยังไม่ยอมตกลงลดความรุนแรงทั้งๆ ที่สามารถทำได้ทันที แต่กลับต้องใช้เวลาให้คณะทำงานด้านเทคนิคไปหาวิธีการว่าจะทำกันอย่างไร ซึ่งยังมองไม่เห็นว่าจะทำอย่างไรและเมื่อใด ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าแผน JCPP นั้นจะกำหนดเป้าหมายสุดท้ายไว้อย่างไรด้วยวิธีการใด เพราะยังท่องเหมือนเดิมเรื่องลดความรุนแรง เหมือนสมัยปราบคอมมิวนิสต์ที่มีคำพูดว่ายิ่งตียิ่งโต
“ถ้าเป้าหมายสุดท้ายของ JCPP เข้าทางขบวนการก่อความไม่สงบรัฐบาลคงไม่ยอมเหมือนข้อเรียกร้อง 5 ข้อของ BRN เจ้าเก่า แตกต่างจากคณะพูดคุยชุดเดิมที่ใช้ประเด็นพื้นที่ปลอดภัยอันเป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นประเด็นหลักในการพูดคุย และใช้พื้นที่ปลอดภัยนำร่องในการพิสูจน์ตัวจริงและความจริงใจ ประชาชนในพื้นที่เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ มากกว่าสิ่งที่คณะพูดคุยชุดปัจจุบันกำลังขายฝันให้สังคมเข้าใจว่ามาถูกทาง” อดีตทีมคณะพูดคุยระบุ
ดังนั้น คงต้องจับตาว่าสิ่งที่คณะพูดคุยได้ดำเนินการนั้น ท้ายสุดจะดีขึ้นหรือแย่ลงให้เวลาเป็นคำตอบ

