หน้าแรก การเมือง ชูวิทย์ ยื่น ...

ชูวิทย์ ยื่น กกต.ยุบพรรคภูมิใจไทย มั่นใจหลักฐานแน่น ล้างมือโชว์ ไม่หวั่นขู่ฟ้องปิดปาก

17.03.23 | 15:53 น.

“ชูวิทย์” ยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย รับเงินบริจาค หจก.บุรีเจริญฯ มั่นใจหลักฐานแน่นยุบได้ 100% ไม่หวั่นขู่ฟ้องปิดปาก

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบการรับบริจาคเงินของพรรคภูมิใจไทยเข้าข่ายขัดมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ และให้ กกต.พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

โดยนายชูวิทย์ตั้งโต๊ะแถลงว่า ตามมาตรา 72 ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โอนหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ประมาณ 190 ล้าน ให้ นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนนั้น ไม่ได้เป็นการโอนหุ้นจริง เพราะจากการตรวจสอบนายศุภวัฒน์ไม่มีรายได้ ไม่มีการยื่นเสียภาษี จึงถือเป็นการโอนหุ้นให้นอมินีที่เป็นพนักงานในบริษัทถือแทน โดยที่นายศักดิ์สยามยังเป็นเจ้าของบริษัทดังกล่าว

“การที่บริษัทดังกล่าวได้รับงานจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายศักดิ์สยามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่นั้น จึงเป็นการรู้อยู่แล้ว แต่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้บริษัทดังกล่าวได้รับงานกว่า 104 โครงการ 1,500 ล้านบาท โดยมอบอำนาจให้นอมินีนำเงินที่ได้บริจาคให้พรรคภูมิใจไทยหลายครั้ง เงินดังกล่าวจึงได้มาโดยมิชอบ ดังนั้น นายศักดิ์สยาม ในฐานะเลขานุการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเงินมาจากไหน ทั้งนี้ การนายศักดิ์สยามและพรรค ภท.รับเงินบริจาคจาก หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนายนายศุภวัฒน์ จึงเข้ามาตรา 72 ซึ่งเปรียบเหมือนต้นไม้พิษ ผลไม้ก็เป็นพิษ” นายชูวิทย์กล่าว

Advertisement

นายชูวิทย์กล่าวต่อว่า หลักฐานที่ยื่นให้ กกต.มีทั้งหมด 8 รายการ ประกอบด้วย บัญชีรายชื่อผู้บริจาคให้พรรค ภท., สำเนาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ, สำเนาการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม, งบการเงินของบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991), งบการเงินของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น, สำเนาโอนหุ้นของนายศักดิ์สยาม, สัญญากรมทางหลวง และรายชื่อบริษัทที่มีสถานะร้าง

“อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าหลักฐานที่ยื่นต่อ กกต.สามารถยุบพรรคได้ 100% จึงยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ทำการตรวจสอบและให้ กกต.พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรที่จะต้องดำเนินการแล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง หากไม่ทันก่อนการเลือกตั้ง หรือ กกต.ยกคำร้อง จะเดินหน้าต่อในฐานะประชาชน โดยจะรณรงค์ต่อสู้ให้ประชาชนไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าสามารถทำลายคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ และจะเป็นการต่อสู้ที่สนุก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายชูวิทย์ยังได้ชี้แจงถึงกรณีพรรค ภท.กล่าวหาว่าทำตัวเป็นศาลเตี้ย ว่าตนเป็นคนคนเดียว จะเป็นศาลเตี้ยได้อย่างไร ส่วนการจะให้ผู้สมัคร 400 เขตเลือกตั้งฟ้องนั้น มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อปิดปากเท่านั้น โดยเมื่อพูดเรื่องดังกล่าวนายชูวิทย์ได้นำเทปกาวสีดำมาปิดที่ปาก นอกจากนั้น นายชูวิทย์ยังได้ล้างมือโชว์เพื่อตอบโต้กรณีพรรค ภท.บอกว่าตนเองมือสกปรก รับงานมาจากบุคคลอื่นเพื่อทำลายชื่อเสียงของพรรค