แฟลชสปีช : ก็แค่‘ศรัทธาประชาชน’
ถึง “รวมไทยสร้างชาติ” จะยังสามารถระดมนักการเมืองที่เรียกกันว่า “ซุ้มบ้านใหญ่” ไปร่วมพรรคด้วยความหวังว่าจะส่ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้สืบทอด “เก้าอี้นายกรัฐมนตรี” ได้สำเร็จ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครสักคนที่ประกาศความเชื่อได้เต็มปาก ว่าพรรคตั้งใหม่พรรคนี้จะชนะการเลือกตั้ง หรือกระทั่งแค่ให้ได้ ส.ส.เท่าที่ “พลังประชารัฐ” ซึ่งเป็นฐานการสืบทอดอำนาจในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเคยได้ ก็ยังไม่กล้าพูดได้เต็มปาก
นั่นหมายถึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนเชื่อว่าหากวัดกันด้วยความนิยมของประชาชนที่สะท้อนมาจากผลการเลือกตั้ง “รวมไทยสร้างชาติ” จะเป็นผู้ชนะ อันมีสิทธิส่ง “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” สู่ตำแหน่งผู้นำประเทศได้ดังหวัง
เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง
ทว่าในสภาพที่มองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยดังกล่าว หากมองกลับไปที่การแสดงออกของคนใน “รวมไทยสร้างชาติ” โดยเฉพาะตัว “พล.อ.ประยุทธ์” เองกลับเห็นอาการของความมั่นใจเต็มเปี่ยม
มั่นใจในระดับที่นักการเมืองปกติหวังคะแนนเสียงจากการสร้างภาพลักษณ์ให้เกิดกระแสความศรัทธาจากประชาชนที่เขาทำกัน
แต่ “รวมไทยสร้างชาติ” โดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์” กลับเหมือนไม่แยแสว่าการกระทำจะส่งผลอย่างไรต่อภาพลักษณ์
ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออกเดินสายตรวจราชการไปทั่วประเทศ อย่างสะดวกสบายในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะของราชการ พร้อมกับสิทธิในอำนาจ ออกพบปะข้าราชการและประชาชนอย่างเต็มที่ ในช่วงที่การเมืองเข้าสู่โหมดการหาเสียงเลือกตั้ง
การประกาศขึ้นเงินเดือนเจ้าหน้าที่ระดับล่าง โดยเฉพาะที่มีหน้าที่ในฐานะฐานเสียงในพื้นที่ครั้งใหญ่ กระจายไปอย่างทั่วถึงไม่ว่าจะเป็น สมาชิก อบต.-กำนันผู้ใหญ่บ้าน-อสม. และอื่นๆ
การนำวาระจรเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐนำไปแจกจ่ายประชาชนตามโครงการสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นกับประชาชน
องอาจห้าวหาญแม้กระทั่งเห็นดีเห็นงามกับการที่เจ้าหน้าที่ปราบปรามประชาชนที่แสดงออกในทางต่อต้านด้วยวิธีการที่เห็นชัดเจนว่านำไปสู่การตีความว่ากระทำเกินกว่าเหตุได้ไม่ยาก โดยตัวนายกรัฐมนตรีพูดสนับสนุนเต็มที่ด้วยถ้อยคำทำนอง “ไม่ให้ราคา” กับการกระทำต่อคนเห็นต่าง
เรื่องราวอย่างนี้ จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย ในพฤติกรรมที่ต้องรักษาภาพที่ชวนให้เคารพศรัทธาเพื่อหวังความนิยมของนักการเมืองปกติที่ตระหนักถึงอำนาจประชาชนในห้วงเวลาต้องหาเสียงเช่นนี้
แต่ “รวมไทยสร้างชาติ” โดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ใช่เช่นนั้น
ความมั่นใจของพวกเขามีสูงยิ่งว่าจะสืบทอดอำนาจต่อได้ โดยเหมือนไม่แคร์ว่าจะต้องระมัดระวังพฤติกรรมอันเสี่ยงต่อข้อครหาที่กระทบต่อคะแนนนิยม
ประเด็นจึงอยู่ที่ “ความมั่นใจของพวกเขามาจากไหน”
หรือว่า “กฎหมายที่ออกแบบไว้ และกลไกการควบคุมการเมืองที่สถาปนาขึ้นมา” คือความเชื่อมั่นนั้น
เชื่อมั่นได้เต็มร้อยกระทั่งไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกนึกคิดของประชาชนอีกแล้ว

