หน้าแรก Election Slide กกต. ถกด่วนเย...

กกต. ถกด่วนเย็นนี้ หลัง พรรคการเมืองรุมท้วง หลักแบ่งเขตกทม. ยันยึดหลักเกณฑ์ตามกม.

17.03.23 | 17:08 น.

“กกต.” เรียกถกด่วนเย็นนี้ หลังแบ่งเขตกทม.โดนพรรคการเมืองรุมท้วง ยันยึดหลักเกณฑ์ตามกรอบกฎหมายทุกขั้นตอน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. แถลงข่าวชี้แจงข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งเลือกตั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ขอยืนยันว่าผอ.กกต.กทม. และทีมงาน รวมทั้งส่วนกลางที่เกี่ยวข้องได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการแบ่งเขตอย่างสุดความสามารถ ใช้เวลาพิจารณาอย่างเหมาะสม โดยเรื่องที่มีข้อท้วงติงของนักการเมือง บางครั้งอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อยากจะขอชี้แจงว่าการแบ่งเขตครั้งนี้กกต.กทม.ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส อย่างเคร่งครัด ซึ่งกฎหมายในมาตรา 27 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ระบุว่าให้แบ่งเขตแต่ละเขตติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 86 (5) บัญญัติว่าจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้แต่ละเขตติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ปฏิบัติ

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือกทม. ไม่สามารถกำหนดเขตปกครองเดียวให้เป็นเขตเลือกตั้งได้ เพราะค่าเฉลี่ยของประชากรของกรุงเทพมหานครในหนึ่งเขตเลือกตั้งมีประมาณ 160,000 คน เช่น เขตปกครองในเขตคลองสามวา มีประมาณ 200,000 คน เขตบางเขน เขตประเวศ เขตลาดกระบัง มีเขตละ 180,000 คน เขตสายไหม 200,000 กว่าคน เขตหนองจอก เขตบางขุนเทียน มีเขตละ 180,000 กว่าคน เขตบางแค 190,000 คน ดังนั้น จะเห็นได้ว่าทั้ง 8 เขตนี้ไม่สามารถแบ่งเป็นเขตเดียวของการเลือกตั้งได้ จึงได้พิจารณาตามกฎหมายในมาตรา 21 (2) ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ไม่สามารถทำตาม (1) ได้ เพราะราษฎรในแต่ละเขตไม่ใกล้เคียงกัน ให้แบ่งเขตตามสภาพของชุมชนที่มีราษฎรติดต่อกันประจำลักษณะเป็นเขตชุมชนเดียวกัน โดยจะต้องให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด

“กรณีตามที่เป็นข่าวที่ยกตัวอย่างเขต 8 และ 9 ว่า ไม่มีเขตหลัก ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีเขตหลัก ซึ่งเขต 8 และ 9 มองแล้วมีเขตหลักและจำเป็นต้องเอาแขวงที่ใกล้เคียงมารวมกันเพื่อให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม กกต. ได้ปฏิบัติตามมาตรา 27(2) อย่างเคร่งครัด ทุกเขตจะเป็นลักษณะชุมชนเดียวกัน จำนวนราษฎรจะไม่เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งกกต.ได้ออกหลักเกณฑ์ระเบียบที่ว่า จังหวัดแบ่งเขตโดยค่าเฉลี่ยประชากรในจังหวัดเป็นเกณฑ์ แต่ละเขตไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยประชากร หรือในกรุงเทพมหานครแต่ละเขตไม่ควรเกิน 16,000 คน” นายปกรณ์ กล่าว

Advertisement

นายปกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ขอให้นักการเมืองโดยเฉพาะในกทม. ให้คำนึงถึงทั้ง 33 เขต เพราะมันเชื่อมโยงกันหมด อย่าพิจารณาเฉพาะบางเขต เพราะถ้าพิจารณาเฉพาะเขต จะไม่สามารถทำงานในภาพรวมได้เลย และตามที่มีข่าวว่ามีการยื่นร้องต่อศาลปกครองในเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นสิทธิที่จะทำได้ตามกฎหมาย แต่ตนขอร้องต่อศาลปกครองว่าก่อนที่ท่านจะมีคำสั่งอย่างอื่นอย่างใด ทางกกต.พร้อมที่จะชี้แจงให้ข้อมูลและตนยินดีจะไปชี้แจงด้วยตนเอง

เมื่อถามว่าได้พิจารณาข้อมูลของพรรคชาติพัฒนากล้าไปแล้วหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเราได้พิจารณาไปแล้วแต่เมื่อมีข้อท้วงติงของพรรคการเมือง เราก็พร้อมที่จะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการเรียกประชุมด่วนในเวลา 16.00น. ของวันเดียวกันนี้