ไม่ว่าจะเป็น “รุ้ง” ไม่ว่าจะเป็น “ใบปอ” ไม่ว่าจะเป็น “เพนกวิน” เมื่อได้รับการปลดปล่อยออกจากที่คุมขัง
มาพบ “หนังสือ” ก็ย่อมจะดีใจ
ยิ่งเมื่อเป็นหนังสือ “6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง” จากการเขียนของ ธงชัย วินิจจะกูล ก็ยิ่งดีใจเป็น 2-3 เท่า
1 เพราะเป็นงานของ ธงชัย วินิจจะกูล
ขณะเดียวกัน 1 เพราะเป็นงานเขียนอันเกี่ยวกับสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2519 อันทรงความหมายยิ่ง
ในทาง “ความคิด” ในทาง “การเมือง”
เป็น “เส้นแบ่ง” อย่างสำคัญถึงความพยายามจะยุติการเติบใหญ่ ขยายตัวจากแรงสะเทือนแห่งสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516
ยืนยันเรื่องของ “ระบบ” ตอกย้ำผ่าน “ระบอบ”
ถามว่ามีความพยายามจะยุติการถกเถียงในเรื่องของ “เดือนตุลาคม 2516” และในเรื่องของ “เดือนตุลาคม 2519” หรือไม่
ตอบได้เลยว่า “มี”
นี่ย่อมเป็นสถานการณ์เดียวกันกับเมื่อคำว่า “ไพร่” ไปปรากฏบนหน้าอกเสื้ออันสวมใส่โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เมื่อเดือนเมษายน 2553
ก็มีการทุบโต๊ะว่า สังคมไม่ “ไพร่” อยู่อีกแล้ว
เพราะพลันที่มีคำว่า “ไพร่” เข้ามาก็มีเงาแห่งจินตภาพของ “เจ้าขุนมูลนาย” ตามมาด้วยชุดความคิด “เจ้าใหญ่ นายโต”
ถามว่าความพยายาม “ยุติ” ประสบผลสำเร็จหรือไม่
คำตอบเห็นได้จากเมื่อ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัด “คาร์ม็อบ” วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็ขุดเอาเสื้อแดงอันมาพร้อมกับคำว่า “ไพร่” มาสวมใส่
สภาพจึงเป็นไปในกระสวน “ลืมไม่ได้ จำไม่ลง”
ในวงเสวนาบางวงเมื่อ สุพจน์ แจ้งเร็ว ไปนั่งอยู่กับ กฤษฎางค์ นุตจรัส และ ประชา สุวีรานนท์ และ เกรียงกมล เลาหไพโรจน์
3 คนแรกมาจาก “ธรรมศาสตร์” 1 คนหลังมาจาก “จุฬาฯ”
2 ใน 3 คนแรกมาจาก “สวนกุหลาบ” ขณะที่เหลือ 1 คนมาจาก “วัดบวรนิเวศ” ย่านบางลำพู
4 คนนี้ผ่านสถานการณ์ “เดือนตุลาคม” มา
ไม่ว่าจะเป็นเดือนตุลาคม 2516 อันถือว่าเป็น “ชัยชนะ” ไม่ว่าจะเป็นเดือนตุลาคม 2519 อันถือว่าเป็น “พ่ายแพ้”
แต่ทั้ง 4 มองเห็นด้านอันเป็น “ความหมาย”
ความหมายซึ่ง “ลืมไม่ได้ จำไม่ลง” แม้ในกาลต่อมา เบน แอนเดอร์สัน จะถือว่าคนรุ่นนี้โชคดีอย่างยิ่ง ณ เบื้องหน้าสถานการณ์
โดยเฉพาะในยุคที่ยังมีป่าเขา พนมพฤกษ์ ดำรงอยู่
เมื่อมองไปยังยุคของ “รุ้ง” เมื่อมองไปยังยุคของ “ใบปอ” เมื่อมองไปยังยุคของ “เพนกวิน” ก็จะเป็นความ “ต่าง”
แต่ใน “ความต่าง” ก็ยังมี “ความเหมือน”
อย่างน้อยเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากที่คุมขังก็ยังมีโอกาสได้พบหนังสือของ ธงชัย วินิจจะกูล วางรออยู่
“หนังสือ” จึงเหมือนกับ “ดอกไม้” ให้คุณ

