‘เพื่อไทย’ พบผู้ประกอบการชลบุรี หนุน ยกเมืองพัทยาเป็นเขตธุรกิจใหม่ ดันเปิดใช้ ‘สนามบิน’ อู่ตะเภา-ขยายสวัสดิการให้แรงงาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่ร้านอาหารเปรโก้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย นายแมน อินทร์พิทักษ์ นายพนธกร ใคร่ครวญ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ และนายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการด้านธุรกิจการท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี

โดยนายบุญอนันต์ พัฒนศิลป์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า อยากเสนอให้ผลักดันการใช้งานสนามบินอู่ตะเภาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เพราะปัจจุบันยังติดขัดข้อกฎหมาย และอยากให้เชื่อมสนามบินเข้าเมืองเพื่อปรับปรุงการเดินทางและส่งเสริมพัทยาให้สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท

ด้าน นางชุติมา จิระมงคล คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองพัทยา กล่าวว่า ขอเสนอให้มีการทำฟรีวีซ่าพร้อมกับความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ และการกระจายอำนาจให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันเมืองพัทยาต้องมีการขออนุญาตจากจังหวัดในการทำอีเวนต์ทุกครั้ง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ขอฝากพรรค พท. ดูเรื่องการบริหารจัดการความคล่องตัวในการจัดการเมืองพัทยา และอยากให้ภาครัฐพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเมืองพัทยาให้ไปต่อได้ เพราะเมืองพัทยาถือเป็นเมืองเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวประมาณ 18 ล้านคน รวมทั้งต้องปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎหมายเมืองพัทยาด้วย
น.ส.พัชร์ศณัสม์ อัศวชัยโสภณ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว เมืองพัทยา กล่าวว่า ตอนนี้มีเว็บไซต์บางประเภทของต่างชาติที่เปิดให้จองโรงแรม โดยโอนเงินเข้าต่างประเทศทั้งหมด รวมทั้งมีปัญหาขาดแคลนแรงงานหนักมาก จึงเสนอให้ขยายสวัสดิการให้กับแรงงาน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้แรงงานกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาข้อติดขัดเรื่องใบอนุญาตการเปิดกิจการโรงแรม จากกฎหมาย EIA พร้อมเสนอให้มีการขยายเวลาการขายแอลกอฮอล์มากขึ้น
ขณะที่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันนี้มารับฟังปัญหา ยืนยันว่าข้อเสนอของผู้ประกอบการหลายข้อมีอยู่ในของนโยบายพรรค พท. โดยเรื่องการท่องเที่ยวถือเป็นนโยบายหลัก ที่เรามุ่งที่ผลสัมฤทธิ์ของรายได้ให้เพิ่มเป็น 3 เท่า พรรค พท.มีนโยบายเพื่อไทยมหานคร เพื่อเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายเขตธุรกิจใหม่ที่จะลดข้อจำกัดเรื่องด้านกฎหมาย ถือเป็นกุญแจที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะให้กับพื้นที่ที่มีข้อจำกัด โดยจะมีการนำร่องที่กรุงเทพฯ จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ และ จ.สงขลา โดยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับเขตธุรกิจใหม่

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า พรรค พท.ถือว่าการท่องเที่ยวเป็นประตูเปิดรับเงินจากต่างประเทศเข้ามา เป็นประตูที่ทำให้เกิดรายได้เข้ามาเร็วที่สุด และกระจายได้พร้อมกัน ที่ผ่านมาพรรค พท.ได้สะท้อนปัญหาหลายครั้ง แต่รัฐบาลไม่สนใจ หาก พท.เป็นรัฐบาล ในฐานะรัฐที่เป็นผู้ถือหุ้นกับผู้ประกอบการ จะเก็บภาษี 20% จากผลกำไรของธุรกิจ และภาษีดังกล่าว รัฐจะนำมาพัฒนาให้ธุรกิจเติบโต ทั้งผ่านการเจรจาระหว่างประเทศ ฟื้นความสัมพันธ์ต่างๆ โดยยึดเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น นโยบายเข้าประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ส่วนปัญหาด้านการกระจายอำนาจ เป็นจุดหนึ่งที่พรรค พท.มีนโยบายดังกล่าวรองรับไว้ และเราจะทำให้ภาคธุรกิจได้เดินหน้าสู่การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น

นายสนธยากล่าวว่า สิ่งที่เรารับฟังในวันนี้จะนำไปเป็นนโยบาย สำหรับนโยบายเขตธุรกิจใหม่ ตนได้เสนอโซนตะวันออก 8 จังหวัดที่มี GDP สูงที่สุดของประเทศ และกำหนดพื้นที่ให้เมืองพัทยาเป็นโมเดลในพื้นที่อื่นด้วย เขตธุรกิจใหม่ที่จะทำในเมืองพัทยาจะมีการจัดโซนนิ่งซึ่งผู้ประกอบการมีความพร้อมมากที่สุด


