หน้าแรก การเมือง ชลน่าน เย้ยไม...

ชลน่าน เย้ยไม่ใส่ใจวันยุบสภา เคาะปาร์ตี้ลิสต์ก่อน 1 เม.ย. เมินก้าวไกลปราศรัยเหน็บ 

19.03.23 | 14:23 น.

ชลน่าน เย้ยไม่ใส่ใจวันยุบสภา เคาะปาร์ตี้ลิสต์ก่อน 1 เม.ย. เมินก้าวไกลปราศรัยเหน็บ 

‘ชลน่าน’ เย้ยไม่ใส่ใจแล้วยุบสภาวันไหน เผยเตรียมเคาะลำดับปาร์ตี้ลิสต์ให้เสร็จก่อน 1 เม.ย. ส่วนแคนดิเดตนายกฯ 5 เม.ย. มองนายกฯควรเป็น ส.ส. เมิน ‘ก้าวไกล’ ปราศรัยเหน็บ ชี้เป็นสีสันทางการเมือง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่ จ.ชลบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวยุบสภาในวันที่ 21 มีนาคม หรือวันที่ 22 มีนาคม ว่าเราไม่ได้ใส่ใจอะไรแล้ว เพราะยังไงวันสุดท้ายก็วันที่ 23 มีนาคม ซึ่งหากจะยุบวันสุดท้ายก็คือวันที่ 22 มีนาคม แต่เราก็เตรียมความพร้อมเพื่อการเลือกตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เรายึดวันที่ 20 มีนาคมเป็นเกณฑ์ ซึ่งหากมีการยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม วันที่ 3-7 เมษายน จะมีการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบเขต วันที่ 4-7 เมษายน มีการเปิดรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ฉะนั้น เราต้องจัดไทม์ไลน์ให้สอดรับกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเคยบอกว่าจะไม่มีการยุบสภาในวันเกิด นพ.ชลน่านกล่าวว่า แล้วแต่ว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ เพราะเราก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว แต่ไทม์ไลน์ของเราก็คาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรีจะยุบสภาเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าหากมีการยุบสภาและมีการเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 เมษายน พรรค พท.จะประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เนื่องจากมีข้อกฎหมายกำหนดว่าต้องไปรับฟังความเห็น หรือทำไพรมารีโหวตในพื้นที่เลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้จังหวัดหนึ่งสามารถทำไพรมารีโหวตได้ 1 จุด ก็สามารถส่งผู้สมัครเขตได้ทุกเขต ขณะเดียวกันระบบบัญชีรายชื่อ คณะกรรมการสรรหาต้องส่งระบบบัญชีรายชื่อไปให้แต่ละเขตเพื่อทำไพรมารีโหวตด้วย ซึ่งพรรค พท.ชัดเจนว่ามีการทำการโหวตภายในวันที่ 26-28 มีนาคม ทั้งนี้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรค พท.ส่งไปโดยเรียงตามลำดับอักษร วิธีที่เห็นชอบอาจเห็นชอบรายบุคคลหรือทั้งหมดเลยก็ได้

Advertisement

ถามต่อว่าระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดจะเสร็จภายในวันที่ 28 มีนาคม แล้วการเรียงลำดับจะเสร็จเมื่อไหร่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารจะมีหน้าที่ตัดสินเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งหากคณะกรรมการสรรหารับมติการทำไพรมารีมาแล้วเขาก็จะนำเข้ามาสู่กระบวนการจัดลำดับ และส่งให้กรรมการบริหารให้ความเห็นชอบ และเราตั้งใจว่าจะประชุมกรรมการบริหารไม่เกินวันที่ 1 เมษายน และเราต้องทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อถามว่าคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องอยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคว่ามีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ พรรค พท.กำหนดไว้ว่าวันที่ 5 เมษายน จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนสาขาพรรคการเมืองสาขาประจำจังหวัด ประธานสาขาพรรค และเราจะตัดสินวันนั้น ส่วนคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจำเป็นที่จะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น เรื่องนี้พรรคยังไม่ได้คุยกัน แต่ส่วนตัวตนเห็นว่าควร เพราะเราเคยยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้มาแล้ว อย่างไรก็ตาม คนที่เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องได้รับความยินยอม

เมื่อถามว่าหากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นต้องเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ เขาน่าจะแยกกันว่านี่คือผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จริงๆ ร้องขอว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์เปิดช่องว่างเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็ควรให้ความสำคัญกับสภาด้วย หากจะมาเป็นผู้แทน คุณจะรู้เห็นหรือไม่ว่าสภามีความเห็นอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ สายไหมต้องรอด ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพราะพรรค พท.ไม่เลือกลง ส.ส. นพ.ชลน่านกล่าวว่า เขาเคยเสนอเจตจำนงว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค พท.เขตสายไหม กทม. ซึ่งเป็นแค่การเริ่มต้น และเราได้พิจารณากัน เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเห็นว่าเขาไม่มีความชัดเจน ว่าจะมาจริงหรือไม่ เพราะคณะกรรมการมีข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์กับอดีต ส.ส. รวมถึงเรื่องคุณสมบัติที่อาจจะสุ่มเสี่ยงหากรับเขาเข้ามา จึงปฏิเสธไป

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวบนเวทีปราศรัยว่าพรรค ก.ก.คือพรรคเดียวที่เป็นประชาธิปไตย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสีสันทางการเมือง ตนถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เวทีปราศรัยเป็นเวทีรณรงค์หาเสียงกับพี่น้องประชาชน อะไรที่สามารถยกตัวเองเด่นให้ได้ และสามารถที่จะกดคู่แข่งทางการเมืองได้ ในเวทีปราศรัยมักจะใช้ค่อนข้างแพร่หลาย ยกเว้นแต่บางคนที่เขาคิดว่าวิธีการเหล่านี้มันไม่ควรนำมาใช้

“ถ้าจะพูดถึงข้อด้อยของคู่แข่งก็พูดตรงๆ ไปว่าเขามีข้อด้อยอะไร ไม่ควรเลือกเขาเพราะอะไร อันนี้เรารับกันได้ และผมก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนี้ การจะพิสูจน์ว่าใครเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตย อยู่ที่การกระทำและการยอมรับจากพี่น้องประชาชน” นพ.ชลน่านกล่าวปิดท้าย