ยุบสภา 20 มี.ค. ไทม์ไลน์ กกต.กาบัตร 14 พ.ค. มติชนจัดเวทีวิเคราะห์เจาะลึกเลือกตั้งวันนี้
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาว่า กรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะมีการหารือกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะช่วงเช้าวันที่ 20 มีนาคม ถึงแนวปฏิบัติของข้าราชการ ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา คาดว่าจะเน้นย้ำให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงประชุมและบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ การปฏิบัติจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 กำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติ ดังนี้
1.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี
2.ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
3.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
4.ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้ง ตามแผนงานที่ กกต.วางไว้ เมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 20 มีนาคม กกต.จะประชุมวันที่ 21 มีนาคม เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ว่าจะกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้ง เปิดสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 3-7 เมษายน จะรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนด และเริ่มรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงส่งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ในวันที่ 4 เมษายน เนื่องจากการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองจะต้องมีหลักฐานแสดงว่ามีผู้สมัครในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว
ขณะที่งบประมาณการจัดการเลือกตั้งที่ ครม.อนุมัติวงเงินรวม 5,945 ล้านบาท เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายภารกิจที่สำนักงานกกต.ดำเนินการ 5,100 ล้านบาทนั้น สำนักงบประมาณได้จัดสรรให้ประมาณ 4,600 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 80 จากวงเงินที่ขอไป ส่วนงบประมาณของหน่วยงานสนับสนุนทางสำนักงบประมาณจะมีการจัดสรรตรงไปยังหน่วยงานดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือมติชน เดินหน้าต่อแคมเปญ มติชนเลือกตั้ง 66 : เวทีที่ 2 “วิเคราะห์ฐานคะแนนและการแบ่งเขตเลือกตั้ง” เชิญกูรูการเมืองร่วมเจาะลึก ทุกภาค ทุกเขต ทั่วประเทศไทย พรรคไหนจะครองแชมป์ เก้าอี้ ส.ส. ตั้งแต่เวลา 09.00-12.30 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่อาคารบริษัท มติชน หลังประสบความสำเร็จจากเวทีแรก ย้ำจุดยืนชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง ที่เชิญตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมโชว์วิสัยทัศน์และประกาศจุดยืนทั้งด้านการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ เครือมติชนซึ่งจับมือกับ 5 พันธมิตร ได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC และศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) ทั้งนี้ เวทีที่ 2 เป็นการวิเคราะห์รูปแบบการเลือกตั้งปรับเปลี่ยนจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส.เขต 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คน มาสู่การเลือกตั้งปี 2566 ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
โดย รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย รวมทั้ง ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาร่วมกันวิเคราะห์และให้ความเห็นเพื่อฉายภาพรวมของทิศทางการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้รับชมผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียในเครือมติชน ครบทุกช่องทาง ประกอบด้วย Facebook : Matichon Online / Matichon tv / The Politics / Khaosod / Khaosod English / Prachachat / มติชนสุดสัปดาห์ และ Youtube : matichon tv / Khaosod Tv / Matichon Online / ประชาชาติธุรกิจ / มติชนสุดสัปดาห์

