‘เครือมติชน’ จับมือ ‘เดลินิวส์’ ผนึกกำลังทำโพลเลือกตั้ง 66 หวังเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่อนาคตที่ดี
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่สํานักงานเดลินิวส์ กรุงเทพฯ คณะผู้บริหารเครือมติชน นําโดย น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จํากัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องสํารวจความคิดเห็นของประชาชนกับการเลือกตั้งปี 2566 ระหว่างเครือเดลินิวส์ กับเครือมติชน โดยมีนางประพิณ รุจิรวงศ์ นายปารเมศ เหตระกูล และนางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีนายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และนายศุภกร รวยวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิกซ์เดฟ จํากัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้ ทั้งนี้ภายในงานมีตัวแทนจาก 5 กองบรรณาธิการ ประกอบด้วย กองบรรณาธิการเดลินิวส์ กองบรรณธิการมติชน กองบรรณาธิการข่าวสด กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ และกองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ เข้าร่วมงานด้วย

นายปราปต์ กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดจากแนวความคิดร่วมกันของผู้บริหารในเครือมติชนและเดลินิวส์ เนื่องจากต้องการสำรวจความเห็นของประชาชน ผู้อ่าน ผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อโซเซียลมีเดีย เกี่ยวกับการเลือกตั้งในปี 2566 ในประเด็นสำคัญ เช่น ความตั้งใจในการออกมาใช้สิทธิใช้เสียง การเลือกพรรคการเมือง และผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าการทำโพลในครั้งนี้จะสะท้อนความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ชัดเจนมากที่สุด เพราะสำรวจผ่าน 5 ช่องทางหลักที่ครอบคลุมคนอ่านทั่วประเทศ คือ เดลินิวส์ออนไลน์ มติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ และมติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ ทั้งนี้เครือเดลินิวส์กับเครือมติชน จะร่วมมือกันในการทำโพล 2 รอบ ในหัวข้อ “เลือกพรรคใด-เลือกใครเป็นนายกฯ” โดยรอบที่ 1 เปิดโหวตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วงต้นเดือนเมษายน 2566 ส่วนรอบที่ 2 มีเปิดโหวตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วงกลางเดือนเมษายน 2566 โดยจะนำผลโพลมาให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ นอกจากการทำโพลแล้ว เครือมติชนและเครือเดลินิวส์ จะให้ความร่วมมือในการจัดเวทีสเปเชียลฟอรั่ม โดยร่วมกันวิเคราะห์เจาะลึกปรากฏการณ์ “ผลโพลเลือกตั้ง 66 เครือมติชน x เดลินิวส์” ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 ที่อาคารสำนักงานมติชนอีกด้วย
นายปราปต์ กล่าวว่า ในภาพรวมโพลที่ทั้งสองเครือฯจะทำร่วมกัน จะเป็นโพลที่มีชุดคำถามเรียบง่าย คือใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองอะไรที่ได้รับความนิยมสูงสุด จะสะท้อนให้เห็นกระแสรวมของสังคม ทำให้สามารถคาดคะเนผลการเลือกตั้งปี 2566 ได้ รวมถึงน่าจะสะท้อนผลการเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อได้ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของการทำโพลครั้งนี้ คือความกว้างขวางทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ผ่านมาเครือมติชนเคยทำโพลสำรวจการเมืองมาแล้ว แต่ก็มีข้อจำกัด ซึ่งเมื่อเดลินิวส์มาร่วมมือด้วยก็จะทำให้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทุกอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในการเสนอข้อมูลข่าวสาร

น.ส.ปานบัว กล่าวว่า เครือมติชนได้จัดแคมเปญ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” โดยมีการจัด 5 เวทีเสวนาวิเคราะห์ เจาะลึก ดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมการเปิดเซกชั่นพิเศษเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2566 ผ่านสื่อในเครือมติชน ทั้งมติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ มติชนทีวี และมติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ในเครือมติชน นำเสนอข่าวการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งบทวิเคราะห์เจาะลึกในทุกมิติเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่จะสะท้อนถึงทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ การร่วมมือกับทำโพลเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ของทั้งเครือมติชน กับ เดลินิวส์ จะช่วยเติมเต็มบทบาทการเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประเทศได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากทั้งเครือมติชนและเดลินิวส์ มีฐานข้อมูลของผู้อ่านที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย สะท้อนผ่านผลการทำโพลทั้งสองของครั้งที่จะเปิดเผยผลสำรวจในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งการทำโพลครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ทั้งวิถีการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้ง ผู้สมัคร และนิวโหวตเตอร์ จึงเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะซับซ้อนมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม กองบรรณาธิการของทั้ง 5 โต๊ะ ล้วนมีศักยภาพที่จะนำผลไปวิเคราะห์เสนอต่อ และจะสามารถสะท้อนผลหรือภาพรวมได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีคนอ่านหลายสิบล้านคนของทั้งสองเครือ และเชื่อว่าหลังจากนี้ จะได้รับความร่วมมือจากอีกหลายสถาบัน เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งล่วงหน้า ตนเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าของทุกคน
ด้านนายปารเมศ กล่าวว่า การร่วมมือเพื่อทำโพลครั้งนี้ ด้วยฐานข้อมูลของผู้อ่านทั้งเครือมติชน และเดลินิวส์ที่ครอบคลุมผู้รับข้อมูลข่าวสารในทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ จะทำให้ผลสำรวจเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะออกมาใกล้เคียงกับทิศทางการเดินหน้าประเทศมากที่สุด ในส่วนของเครือเดลินิวส์ได้เตรียมทุกสรรพกำลัง ของทั้งกองบรรรณาการทั้งหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ในการเดินหน้ารายงานข่าวเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ ขณะที่การร่วมมือการจัดทำผลโพลเลือกตั้งในปี 2566 เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เห็นแนวทางในอนาคตได้ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ รวมถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง และอีกไม่นานจะมีการทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันอีกครั้งแน่นอน
นางประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหาร นสพ.เดลินิวส์ และเดลินิวส์ออนไลน์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเครือมติชน สถาบันปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริษัท ยูนิกซ์เดฟ จำกัด ที่ได้เข้าร่วมกับเดลินิวส์ ในการจัดทำโพลเลือกตั้งปี 2566 นี้ เดลินิวส์เป็นสื่อมวลชนที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน ปีนี้ก็จะครบ 59 ปีแล้ว และจะเข้าสู่ปีที่ 60 ในวันที่ 28 มีนาคม 2566 นี้ เราเป็นสื่อที่สังคมให้ความเชื่อถือ นำเสนอข่าวและความจริงให้ประชาชนในสังคมได้รับทราบดังคำกล่าวที่ว่า อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์ เรามีการพัฒนาตัวเองและปรับตัวเองให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เรายังคงยึดมั่นที่จะยังผลิตข่าว งานเขียนคุณภาพในสื่อสิ่งพิมพ์ ควบคู่กับการนำเสนอในแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกรูปแบบ ต่างมีข่าว มีรายงานข่าวคุณภาพ นำเสนอครบถ้วน ในการร่วมมือครั้งนี้ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมสื่อบ้านเรา ซึ่งทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ได้จากกลุ่มผู้อ่านของทั้ง 2 ค่ายใหญ่แน่นอน จะมีการนำเสนอข่าวสารที่ครบถ้วนในเชิงสร้างสรรค์ สร้างมิติใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคม นอกจากนี้ ยังจะมีความร่วมมืออื่นๆ ที่เดลินิวส์และเครือมติชน จะได้ทำร่วมกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย
นายอัครพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เป็นสัญญาณมงคลฤกษ์ เริ่มจากสื่อมวลชนจับมือเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลง สังคมไทยเมื่อมีการเลือกตั้งจะมี 2 คำถาม คือ เลือกใครและพรรคไหน ซึ่งการเลือกตั้งเป็นเรื่องของความรู้สึก และเป็นสามัญสำนึกของมนุษย์ที่อยากมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการทำโพลเป็นการแตะเบื้องลึกความรู้สึก และต้องซื่อตรงกับผลสำรวจ โดยผลลำรวจจะวิเคราะห์ว่าสังคมจะเดินไปทางไหน
นายศุภกร กล่าวว่า เชื่อว่าข้อมูลที่ได้จะมีประโยชน์ว่า พื้นที่ไหนประชาชนให้ความสนใจกับการเลือกตั้ง และจะทำให้ประชาชนตื่นตัว หวังว่าระบบที่พัฒนาในการทำโพลครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและนักวิเคราะห์
จากนั้นคณะผู้บริหารให้สัมภาษณ์หลังการลงนามร่วมกัน โดยนายปราปต์ กล่าวว่า การจับมือครั้งนี้ เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดหมายสำคัญทางการเมือง และคิดว่าสื่อทางเดลินิวส์และเครือมติชนน่าจะทำอะไรร่วมกันได้และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งโพลน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จึงเห็นโอกาสนั้นที่จะทำร่วมกัน ในแง่ของปริมาณกลุ่มตัวอย่างผู้ทำโพลเมื่อทั้งสองสื่อมาจับมือกัน ไม่น่าจะเป็นรองใคร ในแง่ของคุณภาพก็น่าจะเคลมได้ว่ากลุ่มภูมิหลังของกลุ่มผู้ทำโพลหรือกลุ่มผู้อ่านเราทั้งสองเครือ รวมถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวคิดทางด้านเศรษฐกิจทั่วไปต่างๆ น่าจะครอบคลุมกว้างขวางและคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดที่หลากหลายได้ ว่าคนแต่ละกลุ่มเขามีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นและเขาต้องการใครเป็นผู้นำของประเทศและต้องการพรรคการเมืองใดมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล
นายปราปต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีความมั่นใจว่ามีความกว้างขวางทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ แม้คำถามในการทำโพลจะไม่ได้มีความซับซ้อน และหลายฝ่ายน่าจะถามกัน แต่จุดเด่นจริงๆ อยู่ที่ฐานคนอ่านที่น่าจะมากเพียงพอ และความหลากหลายของคนที่ทำโพล น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมทางการเมืองได้ดี อย่างไรก็ตาม ในการจัดเวทีสเปเชียลฟอรั่มนั้น นอกจากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์แล้ว จะยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายนักวิชาการอื่นๆ ที่จะมาขึ้นเวทีเพิ่มด้วย รวมถึงบุคลากรสื่อมวลชนจากทั้งสองเครือ ฉะนั้น ผลโพลที่เราทำร่วมกันน่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มองการเลือกตั้ง ในปี 2566 ได้ดี
ด้านนายปารเมศ กล่าวว่า การจับมือร่วมกันครั้งนี้อาจจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในวงการสื่อที่ได้มาทำงานร่วมกัน และถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ทั้งนี้ สำหรับจุดแข็งที่จะสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องได้อย่างไรบ้างนั้น ในส่วนนี้ผู้อ่านของเครือเดลินิวส์และเครือมติชน มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนว่าจะครอบคลุมคนทุกระดับชั้นและกว้างขวางทั่วประเทศ ฉะนั้นผลโพลที่ออกมาน่าจะมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
“ทั้งนี้ผมอยากชวนผู้ชมและผู้อ่านทั่วประเทศให้มาทำแบบสำรวจผลโพลของเครือเดลินิวส์และเครือมติชนในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นเสียงสะท้อนถึงพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายรับทราบว่าท่านมาถูกทางแล้วหรือไม่ ประชาชนอยากได้แบบไหนอย่างไรเพื่อท่านจะได้ปรับตัวด้วย”นายปารเมศ กล่าว

