นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า หลังจากป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้ว ได้มีการดำเนินการสอบปากคำผู้กล่าวหา ซึ่งผู้กล่าวหาได้แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าประสงค์ร้องใคร และข้อหาอะไร ส่วนการแสดงข้อเท็จจริงเวลานี้ทราบผลสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหมแล้ว แต่ป.ป.ช.อยากจะดูในส่วนของตัวเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานงานโดยตรงไปยังกระทรวงกลาโหม ขณะที่การตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งได้ตรวจสอบและออกมาระบุว่าพบข้อเท็จจริงนั้น ทางป.ป.ช.ก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานขอข้อมูลเพื่อเอามาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะดูว่าจะต้องสอบอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจน แล้วส่งให้คณะกรรมการป.ป.ช.วินิจฉัยต่อไป
นายสรรเสริญ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการติดตั้งไฟแอลอีดีประดับลานคนเมืองของกทม. มูลค่า 39 ล้านบาทว่า ป.ป.ช.ได้ส่งทีมงานไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล แต่จะยังไม่เชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.มา โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่คณะกรรมการป.ป.ช.ให้ความสำคัญ คงต้องเร่งดำเนินการและแจ้งผลให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทราบโดยเร็วว่ามีเรื่องความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ ซึ่งปกติในขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริงนี้จะใช้เวลาประมาณ 90-120 วัน จึงต้องดูว่าผลการแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

