เจาะลึก-ผ่าเขตเลือกตั้ง ขั้ว ‘บิ๊กตู่-เพื่อไทย’ ใครได้ไปต่อ
หมายเหตุ-เครือมติชน จัดเวทีเสวนาวิชาการ วิเคราะห์เลือกตั้ง 2566 จากฐานคะแนนและการแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นเวทีที่ 2 ในแคมเปญ มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย โดยนายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ร่วมเสวนาหัวข้อ บทวิเคราะห์เลือกตั้ง 2566 จากการแบ่งเขต 400 เขต โดยใช้ข้อมูลการเลือกตั้งปี 2562 มาวิเคราะห์ผลคะแนน ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วยการใส่ 2 ตัวแปร คือ 1.ผลการเลือกตั้งระดับตำบล และ 2.การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของ กกต. 400 เขต ที่ชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม
การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ต่างออกไปจากปี 2562 มีแต่คนบอกว่าแบ่งไม่เป็นธรรม การแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ 350 เป็น 400 เขตนั้นมีผล เมื่อวิเคราะห์ตามกรอบ พรรคเพื่อไทย แลนด์สไลด์ไม่เกิด ขั้วลุงตู่ หรือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังได้ไปต่อ 264 เสียง พลังประชารัฐได้ 142 ภูมิใจไทย 59 ประชาธิปัตย์ 48 ชาติไทยพัฒนา 9 รวมพลังประชาชาติไทย 2 เศรษฐกิจใหม่ 2 ชาติพัฒนา 1 พลังท้องถิ่นไท 1 รวม 264 การย้ายพรรค เกิดในขั้วเดียวกันเกิน 95% มีย้ายข้ามขั้วกรณีเดียวคือ สามมิตร ที่ย้ายจากพลังประชารัฐ ไปเพื่อไทย แต่ที่เหลือขั้วเดียวกันหมด
ประเด็นที่ 2 ขั้วฝ่ายค้านเดิม พอแบ่งเป็น 400 เขต เอาคะแนนปี 2562 เป็นตัวตั้ง ยังคงเป็นฝ่ายค้านต่อไป คือเพื่อไทย 174 อนาคตใหม่ 48 ประชาชาติ 9 เสรีรวมไทย 3 เพื่อชาติ 2 เสียง ซึ่งเรามักจะบอกว่าวันนี้เมืองไทยยังอยู่ในกรอบความคิด เอาตู่ หรือไม่เอาตู่ ในกรอบความคิดนี้จึงมี 3 ซีนาริโอ คือ
ซีนาริโอที่ 1 เพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ปิดสวิตช์สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 376 เสียง จากผลการวิเคราะห์ตัวแปรทั้ง 2 ของตน ปิดสวิตช์ไม่สำเร็จ ซีนาริโอที่ 2 เอาพลังประชารัฐมาบวกกับเพื่อไทย เป็น 2 แกนนำหลักก่อน ก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะ 142 + 174 ได้ 316 เสียง
ใครบอกลุงป้อม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มี ส.ส.ในมือ 100 เสียง กล้าเถียงขาดใจ มีตัวชี้วัดใครติดตามการเลือกองค์กรอิสระหนึ่ง ซึ่งวันนี้เข้าทำงานแล้ว คือ กสทช. คะแนนออกมา 197 ต่อ 53 ฟันธงว่า ส.ว.ลุงป้อม มี 53 ไม่เกินนี้ เพราะทราบดีว่าในการโหวตวันนั้นเกิดอะไรขึ้น 53 ไปบวกกับ 316 ยังไงก็ไม่ถึง 376 เสียง ไปไม่ได้ ดังนั้นในความเป็นจริง 142 เสียง ณ วันนี้ไม่ใช่ของลุงป้อมหมด อาจจะหารครึ่งกับลุงตู่ รวมไทยสร้างชาติก็ได้ ฉะนั้นซีนาริโอที่ 2 ไม่เอาตู่ ปิดไปอีกหนึ่ง
ซีนาริโอที่ 3 ลุ่งตู่ไปต่อ หรือลุงป้อมเป็นนายกฯ วันนี้จากข้อมูลที่เราวิเคราะห์ เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ชอบไม่ชอบ เอาไว้ในใจ แต่ตัวเลขปี 2562 ซึ่งนำมาใส่เป็นตัวแปรแบ่งเขตในปี 2566 แล้วใช้วิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ในปี 2566 มาคำนวณคะแนนเสียงที่ได้ วันนี้คนไทยมีทางเลือกแค่ 2 ทาง 1.ท่านจะรักลุงตู่ หรือท่านจะดูแลลุงป้อม มีเท่านี้ เมื่อวานนี้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เพิ่งไปออกรายการ ก็บอกแล้วว่าจับมือกับพลังประชารัฐ 2+2 ยอมพี่ป้อมเป็นก่อน 2 ปี แล้วผมต่อก็ได้ นี่คือไฮไลต์แรก กล่าวคือ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านจะหายไปประมาณ 10 ที่นั่ง จาก 246 เหลือ 236 ที่นั่ง ส่วนพรรครัฐบาลได้ ส.ส.เพิ่ม 10 ที่นั่ง
ภาคเหนือ
ภาคเหนือ 16 จังหวัด ในปี 2562 มี ส.ส. 62 คน จากการวิเคราะห์ด้วย 2 ตัวแปร พบว่าเพื่อไทยจะกำไร 2 พลังประชารัฐกำไร 5 ที่ ก้าวไกลขาดทุน 1 ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ เท่าทุน
ตัวอย่าง จ.สุโขทัย 1.เป็นฐานที่มั่นของนักการเมืองที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่ง 2.เป็นที่ที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน บอกว่า ผมอยู่กับรัฐบาลเท่านั้น แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ การยืนยงดำรง 14 สมัยของความเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มันมาด้วยการทำงาน ใส่ใจรายละเอียด ไปถึงการปฏิบัติจริงในสนามการเลือกตั้ง ซึ่งแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ดูง่ายๆ ที่เขต 2 เดิมที่เราบอกว่าแบ่งพิสดารเมื่อครั้งก่อน รอบนี้เชฟซะเนียนเลย ตัดบางส่วนของเขต 1 และเขต 2 ขึ้นมาเป็นเขต 3 แล้วก็ตัดบางส่วนของเขต 4 ลงมาเป็นเขต 3 เขต 3 เดิมจึงกลายมาเป็นเขต 3 และเขต 4 เทคนิคอยู่ตรงนี้ ไปดูข้อมูลลึกๆ ในคะแนนเสียงระดับตำบล พบว่าตำบลที่ถูกตัดจากเขต 2 และจากเขต 1 มาเป็นเขต 3 คือตำบลที่พรรคพลังประชารัฐในเวลานั้นชนะขาดลอย เพราะเขต 1 และ 2 พลังประชารัฐชนะเกิน 15,000 คะแนน ฉะนั้นตัด 2 ก้อนนี้มาแช่แข็งไว้ก่อน 6,000 คะแนน จากนั้นเขตที่ปะทะกันหนักคือเขต 3 พลังประชารัฐกับภูมิใจไทย ซึ่งภูมิใจไทยชนะไปแค่ 3,000 คะแนน ทำยังไง ก็ผ่าเป็น 2 เขต จากเดิมภูมิใจไทยเขต 3 ได้ 35,000 พอผ่าเป็นเขต 3 ใหม่ คะแนนลงมาอยู่ 13,000 โดยเฉพาะก้อนตำบลตรงนี้ ต.หนองกลับ ต.วังไม้ขอน ต.นาทุ่ง มาเป็นก้อนเลย ถูกดูดลงมาอีก 8,000 ลองเอา 6,000 + 6,000 + 8,000 เป็น 20,000 คะแนน
ขณะที่ภูมิใจไทยถูกดึงมา 13,000 คะแนน ถูกตัดเอามาโปะ เชื่อไหมว่า 500 เอง ฉะนั้นเขต 3 ใหม่ พลังประชารัฐ หรือในวันนี้อาจจะเป็นเพื่อไทย หรือคุณสมศักดิ์ ก็ได้กำไรมาแล้ว 1 ที่นั่ง ของเดิมเคยแพ้ พอคู่แข่งถูกแบ่งมา 13,000 ตัวเองยังอยู่ในสัดส่วนที่มากกว่า ก็ได้เพิ่มมากอีก 1 เขต นี่จึงเป็นการแบ่งเขตที่ทำให้คุณสมศักดิ์กวาด 4 เขต คนเหนื่อยคือภูมิใจไทย
วัตถุประสงค์ที่อยากให้เห็น คือ 1.การแบ่งเขตมีผลกับการเลือกตั้งจริงๆ 2.ด้วยการแบ่งเขตแบบนี้ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงทางการเมือง 3.ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครชี้ชัดว่า ที่โวยกันอยู่ ได้เปรียบ-เสียเปรียบอย่างไร เอามาให้เห็นกันจะจะ
อีสาน
ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากเดิม 20 จังหวัดมี ส.ส. 116 คน เปลี่ยนเป็น ส.ส. 133 คน จากกฎเกณฑ์ใหม่คาดว่าพรรคเพื่อไทยได้ 90 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 22 พลังประชารัฐ 19 ประชาธิปัตย์ 1 ก้าวไกล 1 ส่วนพรรคที่สูญพันธุ์เรียบร้อยแล้วคือ ชาติไทยพัฒนาและชาติพัฒนากล้า ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
อย่าง จ.นครราชสีมา ครั้งที่แล้ว ส.ส. 14 เขต ครั้งนี้เพิ่ม 2 เป็น 16 เขต พรรคที่ได้มากสุดคือ พลังประชารัฐ รองลงมาคือเพื่อไทยและชาติพัฒนา จ.นครราชสีมา น่าสนใจ ลุงตู่ยังอยากเป็นหลานย่าโมเลย ที่สำคัญโคราชเป็นเมืองของการเลือก ส.ส.หลายพรรคโดยธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีพรรคไหนครองพื้นที่เป็นเสร็จเด็ดขาด แต่วันนี้กำลังจะเกิดการสูญพันธุ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ครั้งที่แล้วชาติพัฒนาเคยชนะในเขตที่ 2 ซึ่งแผนที่เขตที่ 2 ใหม่ถูกผ่าไปเป็นเขต 2 และ 3 โดยดึงบางส่วนจากเขตที่ 4 มาโปะในเขตที่ 3 บางส่วนดึงจากเขตที่ 1 มาโปะเขตที่ 3 กลยุทธ์นี้คล้ายกับที่ จ.สุโขทัย โดยในเขตที่ 2 เดิม คะแนนของชาติพัฒนาที่เคยชนะ มีอยู่ 12,000 คะแนน ได้จากเขต 1 ซึ่งมาแบ่งเป็นเขต 2 ใหม่มาเติมแค่ 4,000 คะแนน ตัวเลขที่มีอยู่คือ 16,000 ในขณะที่พลังประชารัฐแม้ว่าจะถูกคู่แข่งแบ่งไปเขต 3 แต่จากฐานการลงคะแนนตามตำบล เมื่อย้ายตำบล ฐานเก่าเดิมยังอยู่อีกถึง 17,000 ชนะไป 1,000 กว่าเสียง ฉะนั้น ผมส่งสัญญาณเตือนคุณสุวัจน์ รีบทำอะไรสักอย่างได้แล้ว เพราะเมื่อผ่าของคุณสุวัจน์เป็น 2 เขต แล้วเอาของเขต 4 มาบวก กำไรเป็นของพลังประชารัฐ พลัสเพิ่มมาได้อีก 1 เขต
ใครประมาทว่าพลังลุงตู่ พลังลุงป้อมไม่มีจริง ณ วันนี้ผมคิดว่าลองกลับไปคิดใหม่ให้ละเอียดอีกทีหนึ่ง คนที่แพ้ต้องดูแลตัวเอง โลกไม่มีที่สำหรับคนอ่อนแอ ทางการเมืองก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อเราเป็นคู่แข่ง เขตอื่นเขาแข็งสู้หมด ผมจะไปเสียตังค์ทำไม ผมไปหวดในเขตที่หวดได้และอ่อนกว่า ได้กำไรอีก 1 ต่อ ได้ ส.ส.อีก 1 คน นักเลือกตั้งของแท้เขาคิดแบบนี้ การเลือกตั้งคือการลงทุน ทุกอย่างต้องใช้ทรัพยากร
ภาคใต้
ส่วนภาคใต้ จาก ส.ส. 50 คน เพิ่มเป็น 60 คน โดยคาดการณ์ ประชาธิปัตย์ +6 เป็น 28 พลังประชารัฐ จาก 12 เพิ่มเป็น 15 ภูมิใจไทย 9 เท่าเดิม ประชาชาติ 6 เป็น 7 ส่วนรวมพลังประชาชาติไทย 1 ไม่มีที่ว่างสำหรับพรรคเพื่อไทย ภาคใต้ไม่อยู่ใน 310 ที่นั่งแน่นอน
อย่าง จ.สงขลา มาอธิบาย เดิมมี 8 เขต เปลี่ยนเป็น 9 เขต ในปี 2566 เพิ่มเขต 9 คือ อ.บางกล่ำและบางส่วนของ อ.หาดใหญ่ โดยเขต 1-4 ยังเป็นของพลังประชารัฐ เขต 5 ประชาธิปัตย์ เขต 6 ประชาธิปัตย์ เขต 7 ภูมิใจไทย แบ่งเขตแบบนี้พลังประชารัฐกำไรตรงเขต 9 พูดง่ายๆ ว่าแบ่งในของที่ตัวเองได้อยู่แล้ว แต่ +1 อีก 1 ดังนั้น พลังประชารัฐจะได้ ส.ส.เพิ่มใน จ.สงขลา ด้วยประการนี้ นี่คือการแบ่งเขตให้ได้ประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่ง กินกันเอง
ภาคกลาง ตะวันออก-ตะวันตก
สำหรับภาคกลาง ปี 2562 มี 26 จังหวัด ส.ส. 122 คน แต่รอบนี้รวมภาคตะวันออกและตะวันตกด้วย โดยคาดว่าพลังประชารัฐจากเดิม 48 เพิ่มเป็น 54 เพื่อไทย 24 เพิ่มเป็น 31 อนาคตใหม่ (ก้าวไกล) 24 เพิ่มเป็น 25 ภูมิใจไทย 13 เพิ่มเป็น 15 ประชาธิปัตย์ 8 ลดเหลือ 7 ชาติไทยพัฒนา 5 เพิ่มเป็น 7 รวมเป็น 139 ที่นั่ง ภาคกลางเหมือนทุกคนมีความสุข บวกกันหมด
อย่าง จ.นครปฐม ปี 2562 ปี 5 เขต อนาคตใหม่ 2 พลังประชารัฐ 1 ประชาธิปัตย์ 1 ชาติไทยพัฒนา 1 คน ล่าสุดเพิ่มเป็น 6 เขตนครปฐมครั้งที่แล้วต้องนับคะแนนกัน 2 หน เขต 1 ประชาธิปัตย์ เขต 2 ชาติไทย เขต 3 อนาคตใหม่ เขต 4 พลังประชารัฐ เขต 5 อนาคตใหม่ จ.นครปฐม ไม่ค่อยซับซ้อนในฉากที่เราเห็น แต่มีอะไรแฝงอยู่เมื่อเทียบกับปี 2566 พูดง่ายๆ ว่าไม่ค่อยเสียฐานที่มั่นของตัวเองนัก โดยผลปี 2566 พบว่าเขตที่ 1 จะเป็นก้าวไกล เขตที่ 2 ประชาธิปัตย์ เขตที่ 3 ชาติไทย เขตที่ 4 ก้าวไกล เขตที่ 5 นครชัยศรี-พุทธมณฑล รวมถึงเขตที่ 6 ก็จะเป็นก้าวไกลด้วย ดูเหมือนจะได้เพิ่ม แต่อยากให้ดูเขตที่ 5 มันคือเขตที่ 4 เก่า ลองดูวิธีแบ่งเขต อ.พุทธมณฑล มี 3 ตำบลคือ มหาสวัสดิ์ ศาลายา และคลองโยง ซึ่งพื้นที่ริมคลองสวัสดิ์ คือพื้นที่บุกเบิกการปลูกข้าวแห่งแรกของสยาม และวันนี้พื้นที่นั้นก็ยังเป็นที่ปลูกข้าวสำคัญของ จ.นครปฐม ถามว่ามีนัยยะสำคัญอะไร พอมีการเอาเขต 5 ซึ่งเดิม นครชัยศรีไปรวมกับสามพราน และเมืองบางส่วน รอบนี้ตัดเศษทิ้งเหลือแค่นครชัยศรีล้วนๆ แล้วก็รวมกับพุทธมณฑลอีก 3 ตำบล ประเด็นอยู่ที่ 3 ตำบลที่เพิ่มเข้ามา เดิมก้าวไกลได้ 9,000 ในปี 2562 พลังประชารัฐได้ 3,000 ดูเหมือนห่าง แต่พลังประชารัฐจะไปออกที่นครชัยศรีแบบแน่นๆ
ปี 2562 เพื่อไทยไม่ได้ส่ง อ.พุทธมณฑล ไทยรักษาชาติลงแต่ถูกยุบพรรค คะแนนจึงไหลเทมาที่ก้าวไกล แต่วันนี้พอเอาพุทธมณฑลมารวม จะถูกแชร์ระหว่างเพื่อไทยเจ้าพ่อจำนำข้าว กับก้าวไกล ซึ่งได้รับอานิสงส์จากคะแนนที่ตกมาจากไทยรักษาชาติ รอบนี้ก้าวไกลจึงไม่แน่ ตรงนั้นยืนยันว่าพื้นที่โฉนดชุมชน พื้นที่มหาสวัสดิ์ ยังไงก็เอาจำนำข้าว เอาเกวียนละ 15,000 แต่พอแบ่งแบบนี้ ก้าวไกลกับเพื่อไทยก็เตะตัดขากันเอง คะแนนที่เหนียวแน่นกลายเป็นนครชัยศรีที่เดียว นั่นคือพลังประชารัฐมีโอกาสเติมกระสุน ทำพื้นที่อีกนิดหน่อย เบียดขึ้นมาได้ นี่คือความน่าสนใจของ จ.นครปฐม วิธีคิดต้องไปดูไปถึงคะแนนระดับตำบลเป็นอย่างน้อย
ส่วนภาคตะวันออก จ.ชลบุรี 8 เขต รอบนี้เพิ่มเป็น 10 เขต จ.ชลบุรี ขีดเส้นใหม่กับเก่าแทบไม่ต่าง มีติ่งนิดเดียวตรงเขต 9 แถวหนองปรือ เมืองพัทยา ซึ่งอ่านไม่ยาก ชลบุรีเขตใหม่ เขตที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 บ้านใหม่ยังเดินหน้าต่อไป ถึงย้ายก็ขั้วเดียวกัน
เขต 5 เดิมกลายเป็นเขต 7 ยังคงเป็นก้าวไกลอยู่ ส่วนเขต 7 เดิมจะกลายเป็นเขต 9 เมืองพัทยา ยังคงเป็นก้าวไกล เขต 8 สัตหีบ นาจอมเทียน กลายมาเป็นเขต 10 ยังคงเป็นพลังประชารัฐ กำไรอยู่ที่เขต 8 จะเห็นว่ามีการตัดก้อนคะแนนของก้าวไกลออก ประหยัดต้นทุนในการต่อสู้ แล้วคงไว้แค่ตำบลที่พลังประชารัฐแข็งแรง เช่น ต.บางละมุง ต.นาเกลือ ต.หนองปลาไหล ต.เขาไม้แก้ว ต.ห้วยใหญ่ ต.โป่ง อยู่ในเขตนี้หมด แล้วพอตัดตำบลหนองปรือซึ่งเป็นเมืองพัทยาออกไป ก้าวไกลได้ เขตที่เหลือคือพลังประชารัฐไปเลย ผมให้เครดิตบ้านใหญ่ แต่ตามข้อมูลมันไม่เหลือที่ให้ยืน จึงฝากเป็นการบ้าน
นี่คือพฤติกรรมในปี 2562 การแบ่งเขตซึ่งเราเชื่อกันโดยพื้นฐานว่าต้องมีมือที่มองไม่เห็นมาสั่งให้แบ่งเขตแบบนี้ ถามว่าใครเชื่อบ้างว่า กกต.ขีดเอง 90% ล้วนเชื่อว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่งแน่ ผมเพียงแต่เอารูปธรรมมาให้เห็นว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปจริงๆ จากการแบ่งเขต
สำหรับ กทม.จาก 30 เขต ส.ส. 30 คน เปลี่ยนเป็น 33 คน ที่บอกว่าผสมแขวง แต่ถ้าดูภาพกว้างโซนหลักไม่ค่อยเปลี่ยน ลองเอาข้อมูลปี 2562 มาทาบดูว่าใครจะไปต่อได้ คือเขต 1-2 พลังประชารัฐ เขต 3 ก้าวไกล เขต 4-9 พลังประชารัฐ เขต 10-12 เพื่อไทย เขต 13-14 พลังประชารัฐ เขต 15-16 เพื่อไทย เขต 17 พลังประชารัฐ เขต 18 เพื่อไทย เขต 19 พลังประชารัฐ เขต 20 เพื่อไทย เขต 21-27 ก้าวไกล เขต 28 เพื่อไทย เขต 29-30 ก้าวไกล เขต 31 เพื่อไทย เขต 32 ก้าวไกล เขต 33 พลังประชารัฐ
ของจริงอยู่ที่เขต 5 ดินแดง ประกอบด้วย ดินแดงและห้วยขวาง ปี 2562 แข่งกัน 2 พรรค คือพลังประชารัฐกับเพื่อไทย ดินแดง พลังประชารัฐชนะไป 700 ห้วยขวาง เพื่อไทยชนะไป 1,000 เมื่อรวมกันกลายเป็นเพื่อไทยชนะ 200 งวดนี้เขต 5 เอาห้วยขวางไว้เหมือนเดิมเป็นแกน แต่ไปเอา 3 แขวงวังทองหลางมารวม ประกอบด้วย 1.แขวงพลับพลา 2.วังทองหลาง และ 3.สะพานสูง พอไปดูคะแนนปี 2562 ซึ่ง 3 แขวงนี้พลังประชารัฐได้เต็มๆ เมื่อเอามารวมกันกลายเป็นพลังประชารัฐชนะทันที 200 คะแนนเช่นเดียวกัน จากรอบที่แล้วสูสี จะเห็นว่าวิธีวางเขตเลือกตั้งมีผลต่อการแพ้-ชนะ จริงๆ
ในกรุงเทพฯ ดูกันถึงระดับชุมชน หมู่บ้านด้วยซ้ำไป อยากฝากเป็นข้อมูลอีกชุดสำหรับคนที่สนใจการบ้านการเมือง และตั้งใจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

