ต้องการคนทำได้
20 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แปรสภาพไปเป็นรัฐบาลรักษาการ
ต่อไปการดำเนินการใดๆ ในฐานะรัฐบาลจะต้องระมัดระวัง เพราะอาจผิดกฎหมาย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าในห้วงเวลารักษาการ แม้คณะรัฐมนตรีจะประชุมและบริหารบ้านเมืองได้อยู่ แต่ก็มีบทบัญญัติมาตรา 169 รัฐธรรมนูญที่จำกัดอำนาจไว้
หนึ่ง ห้ามอนุมัติงานหรือโครงการที่สร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดหน้า
สอง ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พนักงานหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ และห้ามสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทนด้วย
ข้อนี้มีข้อยกเว้นว่า เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สาม ห้ามใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ข้อนี้ก็มีข้อยกเว้น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต.
สี่ ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดๆ อันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และห้ามกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามของ กกต.
ข้อนี้น่าจะทำให้คู่แข่งทางการเมืองที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลสบายใจขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งนายกฯ ทั้งรัฐมนตรี ขยันตรวจราชการเป็นพิเศษ แต่ต่อไปต้องระวังตัวแจ
หลังจากยุบสภา คณะกรรมการเลือกตั้งวางไทม์ไลน์ไว้ว่า หากยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม กกต.จะประชุมวันที่ 21 มีนาคมและกำหนดวันเลือกตั้ง
คาดว่าวันเลือกตั้งจะมีขึ้นวันที่ 14 พฤษภาคม
สำหรับความเคลื่อนไหวการหาเสียงเลือกตั้งยังคงดำเนินการต่อไป หนึ่งในผู้ที่ได้รับความสนใจ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเริ่มลงพื้นที่เต็มตัว และมีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย
นายเศรษฐาได้รับความสนใจเพราะ พรรคเพื่อไทยซึ่งขณะนี้เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนสูง ได้วางตัวไว้เป็นแคนดิเดตนายกฯ
ดังนั้น ทุกความเคลื่อนไหวของนายเศรษฐาจึงน่าติดตาม
หลังจากที่นายเศรษฐาเปิดตัวในฐานะประธานที่ปรึกษาของ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย หลายฝ่ายอยากฟังความคิดเห็นของเขา
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเศรษฐาขึ้นเวทีหาเสียง กล่าวปราศรัยต่อหน้าประชาชน คำพูดหนึ่งที่ฟังแล้วเห็นด้วย นั่นคือ คนที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชน เมื่อเข้ามาแล้วต้องทำให้ได้
ที่เห็นด้วยเพราะหลายครั้งทั้งในอดีตและปัจจุบัน หลังจากนักการเมืองที่หาเสียงสัญญากับประชาชนว่าจะเข้าไปทำนั่นทำนี่ แต่เมื่อได้รับเลือกแล้วกลับทำไม่ได้
สิ่งที่ประชาชนได้ยินไม่ใช่ผลสำเร็จ แต่เป็นข้ออ้าง
อ้างว่าเพราะสิ่งนั้นเป็นอุปสรรค อ้างว่าเพราะสิ่งนี้เป็นสาเหตุ พยายามอธิบายนั่นโน้นนี่ที่ทำให้ทำตามที่สัญญาไว้กับประชาชนไม่ได้
ขณะที่ประชาชนทราบแล้วว่าสิ่งต่างๆ ที่อยากให้เกิดขึ้นนั้นมีอุปสรรค เพียงแต่เขาเลือกเข้าไปเพราะเชื่อว่าต้องทำได้
หวังว่าคนที่เข้าไปเป็นตัวแทนจะไปทำตามที่สัญญาเอาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งให้เกิดขึ้นจริง
เรื่องนี้มีความสำคัญ และอยากให้ทุกพรรคการเมืองรับทราบ
ประชาชนต้องการคนที่ทำได้ ส่วนใครที่ยังไม่มั่นใจว่าทำได้ โปรดถอยไป
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

