‘เพื่อไทย’ ถกปัญหา ศก.หอค้า-สภาหอฯ อาสาสานต่อ-ปรับปรุงประเทศ ที่บอบช้ำมา 8 ปี ชี้หากเป็น รบ.พร้อมหนุนงาน World pride
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มีนาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรค พท. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นแนวทางที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ แต่พรรค พท.ซึ่งดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจในอดีต ได้สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก พร้อมย้ำนโยบายดิจิทัลวอลเลต สำหรับคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่สามารถนำไปซื้อเหล้า บุหรี่ได้ แต่สามารถนำไปซื้อเครื่องมือทำการเกษตรได้ และจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้เป็นทวีคูณ ยืนยันว่า พรรค พท.จะใช้นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช้นโยบายประชานิยมเพื่อหาเสียงอย่างเดียว และจะไม่มีการบิดเบือนราคาสินค้าเกษตรแน่นอน หากพรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสจากประชาชน เราจะดำเนินการตามนโยบายโดยไม่เสียวินัยการเงินการคลัง และสร้างเม็ดเงินภาษีสู่ประเทศ แม้จะเป็นกลุ่มชายขอบของสังคม หรือกลุ่มรายได้น้อย รวมทั้งปัญหาสังคม เพศสภาพ สิทธิเสรีภาพ ซึ่งพรรค พท.ให้ความสำคัญและสนใจงาน World pride parade 2028 ที่นอกจากจะเป็นการแสดงออกด้านสิทธิเสรีภาพทางเพศแล้ว ยังสามารถส่งเสริมกระตุ้นภาคเศรษฐกิจได้อีกด้วย หากพรรคพท.เป็นรัฐบาล จะพยายามทำให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

“8 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยบอบช้ำไปมาก เรายินดีปรับปรุงแก้ไข ขอให้ภาคเอกชนสบายใจได้ สิ่งที่ดีเราจะสานต่อและพร้อมฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น” นายเศรษฐา กล่าว
ด้าน นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า หลักการของพรรค พท.ในการผลักดันเศรษฐกิจมี 3 ด้านหลัก คือ 1.ภาครัฐจัดเก็บภาษีจากกำไรในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน 20% ดังนั้น ภาครัฐถือเป็นหุ้นส่วนกับประชาชนในการนำเงินภาษีมากระตุ้นเศรษฐกิจ 2.เพิ่มกำลังซื้อและเพิ่มอำนาจการจับจ่ายของประชาชนผ่านการยกฐานเศรษฐกิจด้านล่างขึ้น และ 3.ประเทศไทยต้องหาโอกาสจากวิกฤต ซึ่งมาจากปัจจัยจากต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายประการ ทำให้เศรษฐกิจยากจะฟื้นตัว เช่น ความขัดแย้งในรัสเซีย-ยูเครน สงครามการค้า จีน- สหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการต่างประเทศของไทยยังไม่ดีพอ ดังนั้น เราต้องยึดถือในความเป็นเพื่อนกับทุกประเทศ ผ่านการเจรจาการค้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ย้ำว่า ภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นประตูรองรับเม็ดเงินเข้าประเทศที่เร็วที่สุด และกระจายสู่ประชาชนได้ทันที
นพ.พรหมินทร์ กล่าวต่อว่า หากพรรค พท.เป็นรัฐบาลจะเร่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจากปัจจุบัน 1.9 ล้านล้านบาท เป็น 3 ล้านล้านบาทผ่านการเพิ่มสายการบิน ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน การจัดการเที่ยวบิน และการบริหารด่านตรวจคนเข้าเมืองให้คล่องตัวมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวต้องปลอดภัย มีอาหารที่ดี สร้างอีเวนต์ดึงชื่อเสียงของไทยกลับคืนมา การขอวีซ่าต้องง่ายขึ้น โดยต้องอยู่ภายใต้การรักษาศักดิ์ศรีของประเทศ ต่างชาติเข้าไทยได้สะดวกขึ้น ขณะที่คนไทยก็สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้สะดวกขึ้นเช่นกัน

“เรามีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างเร็ว เป้าหมายของเรา จีดีพี 5% เชื่อว่าในอดีตที่เราเคยทำได้ เราเคยทำมาแล้ว เครื่องจักรที่มี เราเดินเต็มที่ กำลังรบเรามีพร้อม พลรบของเรา คือ ประชาชน ต้องได้รับการบำรุงฉีดยา ตอนนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในห้องไอซียู เราจะปั๊มหัวใจให้กลับมาโดยเร็ว” นพ.พรหมินทร์ กล่าว
ขณะที่ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการหารือกับพรรค พท. รู้สึกสบายใจที่ได้ฟังว่าการใช้งบประมาณ จะมีแนวทางในการหารายได้มาสู่ระบบการเงินการคลังของประเทศมากขึ้น ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก หอการค้าไทยมีความเกี่ยวโยงกับภาคเกษตรเป็นส่วนมาก นวัตกรรมมีความสำคัญมาก ในการสร้างโอกาสที่จะทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมา เชื่อว่าแนวทางที่พรรค พท.เสนอมา เป็นเรื่องจับต้องได้และจะนำมาสู่ภาคปฏิบัติได้ หากพรรค พท.ชนะการเลือกตั้ง ได้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด ตนสบายใจที่ได้ยินแนวคิดต่างๆ ของพรรค พท. ตนพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ

