หน้าแรก การเมือง เตือนของแสลงผ...

เตือนของแสลงผู้สมัคร ฤดูเลือกตั้งส.ส.

22.03.23 | 05:40 น.

เตือนของแสลงผู้สมัคร ฤดูเลือกตั้งส.ส.

ปลายปากกากลับมาสู่มือประชาชนอีกครั้ง เมื่อ บิ๊กตู่Ž พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตัดสินใจยุบสภาเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนรัฐบาลครบเทอมเพียง 3 วันเท่านั้น ส่งผลให้ไทม์ไลน์หลังจากนี้เดินหน้าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติเคาะเลือกวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้ง 2566 ชี้ชะตาอนาคตการเมืองประเทศไทย และจะเริ่มเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ระหว่าง
วันที่ 3-7 เมษายน ขณะที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน

แน่นอนว่าเมื่อผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมือง ได้รับหมายเลขประจำตัวเรียบร้อยแล้ว ช่วง ฤดูกาลหาเสียงŽ นับจากนี้ไปอีกเกือบ 2 เดือนก่อนถึงวันกาบัตร จะต้องเร่งปูพรมลงพื้นที่หาเสียง ขายนโยบายเรียกคะแนนกันอย่างเต็มที่

ทว่า สิ่งสำคัญที่บรรดาผู้สมัคร ส.ส.ต้องพึงระมัดระวัง ยิ่งการเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ คาบเกี่ยวประเพณีและวันสำคัญทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการถือศีลอดของชาวมุสลิม และเทศกาลประเพณีวันสงกรานต์ ฉะนั้น เพื่อป้องกันการถูกร้องเรียนว่ากระทำผิดกฎหมาย ผู้สมัคร ส.ส.จึงจำเป็นต้องหาเสียงให้อยู่ในกรอบกติกาและระเบียบของกฎหมายที่กำหนดไว้

Advertisement

ทั้งนี้ ทาง กกต.ได้วางกฎเหล็กคุมเข้มการหาเสียงเพื่อตีกรอบไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ซึ่งตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 กำหนดไว้ ดังนี้ 1.สามารถแจกเอกสารหรือวีดิทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงในเขตชุมชน สถานที่ต่างๆ หรืองานพิธีการต่างๆ โดยสามารถระบุชื่อ รูปถ่าย หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ประวัติส่วนตัว ชื่อและสัญลักษณ์ รวมถึงนโยบายของพรรค 2.ใช้พาหนะต่างๆ ในการหาเสียงเลือกตั้งหรือจัดสถานที่หรือเวทีเพื่อโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งได้

3.ใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อช่วยในการหาเสียงเลือกตั้ง 4.ปิดประกาศโฆษณาหรือติดแผ่นป้ายโฆษณาที่ยานพาหนะในการหาเสียงเลือกตั้ง 5.หาเสียงเลือกตั้งผ่านจดหมาย สื่อสิ่งพิมพ์ ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 6.หาเสียงเลือกตั้งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อโซเชียล อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ และ 7.สามารถมีผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้

นอกจากนี้ ยังระบุ ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งห้ามนักแสดง นักร้อง นักดนตรี สื่อมวลชน ใช้ความสามารถเพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมือง ห้ามแจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการวาง หรือโปรยในที่สาธารณะ ห้ามหาเสียงเลือกตั้งโดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม

ส่วนแนวทางปฏิบัติที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถกระทำได้ แต่ต้องพึงระมัดระวัง คือ การไปร่วมงานประเพณี เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานศพ สามารถไปและมอบพวงหรีดดอกไม้สดได้ แต่ต้องไม่ให้เงินหรือทรัพย์สิน ยกเว้นเจ้าภาพเตรียมไว้ แต่จะไม่สามารถประกาศชื่อ หมายเลขของผู้สมัครและหรือพรรคการเมือง ในลักษณะช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้ หากมีความจำเป็นต้องจัดพิธีงานต่างๆ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ก็ต้องจัดได้เท่าที่จำเป็น เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน หลีกเลี่ยงงานขนาดใหญ่ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าไปหาเสียงเลือกตั้งในโรงเรียน สถานที่ราชการได้ แต่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่เสียก่อน และสิ่งที่สำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ ไม่สามารถมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และโรคระบาดได้

อย่างไรก็ตาม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 ยังได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ด้วยวิธีการ 1.จัดทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด 2.ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด 3.โฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ 4.เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด และ 5.หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ขอความร่วมมือทุกคนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากอยากเห็นการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้เคารพกฎหมายในการแข่งขัน ตั้งแต่ กกต. พนักงาน กกต. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)

ขณะเดียวกันรัฐบาลรักษาการต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และระเบียบ กกต. ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 กำหนดไว้ ส่วนข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบให้คุณหรือโทษแก่ผู้สมัคร ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. ได้เตรียมมาตรการที่จะดูแลเพื่อให้ทุกคนอยู่ในที่ควรจะอยู่

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้วก็จะเกิดเงื่อนไขใหม่เริ่มนับหนึ่งการเลือกตั้ง ช่วงแรกการหาเสียงอาจจะยังไม่เข้มข้น แต่เมื่อว่าที่ตัวผู้สมัคร ส.ส.รู้เขตเลือกตั้ง รู้พื้นที่ และรู้วันเลือกตั้งแล้ว เชื่อว่าการหาเสียงน่าจะมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

ส่วนประเด็นคำร้องเรียนช่วง 180 วันก่อนวันเลือกตั้งนั้น กกต.ยังคงดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กกต.แสวงหาความร่วมมือกับทุกภาคส่วน คาดว่าน่าจะมีหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกับสำนักงานฯเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย