หน้าแรก การเมือง ไหม แรงงาน เย...

ไหม แรงงาน เย้ย ประยุทธ์ไร้น้ำยา แก้ศก.ไม่รอด แก้โกงไม่ได้ หวังเลือกตั้งเปลี่ยนโครงสร้างทุกระดับ

22.03.23 | 18:01 น.

ไหม เครือข่ายแรงงาน ซัดบิ๊กตู่ ‘ไร้น้ำยา’ ปชช.จะลงโทษไม่ให้กลับเข้าสภา ย้ำเลือกตั้งครั้งหน้า ‘3 ข้อ’ ต้องบรรลุ

สืบเนื่องวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร นำมาสู่การประกาศวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไป ไม่ใช้คำว่า นายกฯรักษาการ นั้น

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ แกนนำราษฎรและเครือข่าย นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง โฆษกกลุ่มราษฎร นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือไหม เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และกิฟต์ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อการยุบสภาและการเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “โหวตเพื่อเปลี่ยน” สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

โดยมี นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือหนอนบุ้ง กลุ่มทะลุวัง นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และนักกิจกรรมกลุ่มทะลุแก๊ส ร่วมด้วย โดย น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ร่วม ของราษฎรและเครือข่าย

ในตอนหนึ่ง น.ส.ธนพร หรือไหม แกนนำเครือข่ายแรงงานฯ กล่าวว่า 8 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ ความเลวร้ายในช่วงปีที่ผ่านมา คนไทยตั้งอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ ประชาชนถูกปิดกั้นเสรีภาพเป็นอย่างมาก จนองค์กรระดับโลกจัดอันดับประเทศไทย ด้านประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ถดถอย คือไม่มีเสรีภาพ

Advertisement

“ความเลวร้ายของรัฐบาลเผด็จการ ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ ความไม่มีน้ำยา ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชนได้ มิหนำซ้ำรัฐบาลเผด็จการบริหารประเทศด้วยการกู้เงินกว่า 10 ล้านล้านบาท สร้างภาระให้กับประชาชนมาใช้หนี้แทนรัฐบาลเผด็จการทั้งที่ประชาชนไม่ได้ก่อ

ความเลวร้ายต่อมา รัฐบาลเผด็จการไม่มีน้ำยาในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นทุนจีนสีเทา การคอร์รัปชั่นในวงการตำรวจ ทหาร หรือแม้แต่ ส.ว. 250 ซึ่งเป็นองคาพยพในช่วงเวลาที่ผ่านมาของการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรและประชาชนได้ออกมาเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก รวมทั้งองคาพายพเผด็จการต้องหมดไปจากการเลือกตั้งครั้งนี้ 2.มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และ 3.ปฏิรูปสถาบันฯ” น.ส.ธนพรกล่าว

น.ส.ธนพรกล่าวต่อว่า แม้ว่าทั้ง 3 ข้อเรียกร้องยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้ ที่ราษฎรและประชาชนได้มีการเคลื่อนไหว แต่ในระหว่างการต่อสู้ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จากผลสำรวจโพลต่างๆ นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในลำดับท้ายๆ และในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะลงโทษ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ให้กลับเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรอีก

กระแสของประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และในการเรียกร้องของพวกเราในปีที่ผ่านมา ก็มีการแก้รัฐธรรมนูญแม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปตามที่เรียกร้องไว้ แต่ก็ถือว่ามีความก้าวหน้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีการพูดถึงประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ในสภาผู้แทนราษฎร สังคมได้รับรู้กว้างขวางขึ้น มีพรรคการเมืองหลายพรรคที่นำข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรประชาชนเข้าไปเป็นนโยบายในการหาเสียง การเรียกร้องถึงกระบวนการยุติธรรม เรื่องสิทธิการประกันตัว ก็เกิดความตระหนักมากขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมหรือผู้คนในสังคม

“การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุกระดับของประเทศ พวกเราราษฎรและเครือข่ายประชาชนก็ยังยืนยันไปสู่เป้าหมาย 3 ข้อเรียกร้อง” น.ส.ธนพรกล่าว