แนวร่วม มธ. รอตอกตะปู ปิดฝาโลงเผด็จการ วางรากฐาน ปชต. ใช้ปากกาเป็นอาวุธงัดประยุทธ์
สืบเนื่องวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร นำมาสู่การประกาศวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังคงดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไป ไม่ใช้คำว่า นายกฯรักษาการนั้น
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ แกนนำราษฎรและเครือข่าย นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง โฆษกกลุ่มราษฎร นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือไหม เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และกิฟต์ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อการยุบสภาและการเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “โหวตเพื่อเปลี่ยน” สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
โดยมี นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ หนอนบุ้ง กลุ่มทะลุวัง นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และนักกิจกรรมกลุ่มทะลุแก๊ซ ร่วมด้วย โดย น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ร่วม ของราษฎรและเครือข่าย
ในตอนหนึ่ง กิฟต์ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า การยุบสภาที่เกิดไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะดูเหมือนคืนอำนาจให้กับประชาชน เปิดทางไปสู่การเลือกตั้งก็ตาม แต่ความจริงถึงแม้ไม่ยุบสภา อย่างไรก็ต้องเกิดการเลือกตั้งขึ้นอยู่ดี ดังนั้น การยุบสภาที่เกิดขึ้นนี้ จึงเป็นเพียงแค่ฉากหนึ่งในเกมการเมืองของรัฐบาลเผด็จการเท่านั้น ไม่ใช่ฉากสุดท้ายของรัฐบาลเผด็จการทหารแต่อย่างใด
“การเลือกตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญมาก เพราะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวแสดง ไม่ใช่การเลือกตัวละครใหม่ แต่คือหนทาง และความหวังที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในครั้งนี้ คือการนำอำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ที่ปลายปากกาของประชาชนอีกครั้ง ปลายปากกาของทุกท่านในวันเลือกตั้งจะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่สุดที่จะสามารถปิดสวิตช์เผด็จการได้สักที” กิฟต์กล่าว

กิฟต์กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ คือปฏิบัติการสำคัญที่จะสามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้ เพื่อให้รัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกเลือกมาโดยเสียงข้างมากของประชาชน สามารถเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาปากท้อง ปฏิรูปโครงสร้างสถาบันหลักของสังคม เพื่อให้สถาบันเหล่านั้นได้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด
“ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดจบของเผด็จการ อาจเป็นวันที่เราได้ตอกตะปูปิดฝาโลงคณะรัฐประหาร แต่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ในการสร้างรากฐานสังคมแห่งประชาธิปไตยที่แข็งแรง ที่ทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคในสังคม” กิฟต์กล่าว


