‘อนุทิน’ วิ่งรอกเจอ 2 ป. คุย ‘บิ๊กป้อม’ จับขั้ว รบ.ล่วงหน้า แบ่งคิวนั่งนายกฯ-ตีกันบิ๊กตู่

23.03.23 | 06:20 น.

‘อนุทิน’ วิ่งรอกเบิร์ธเดย์ ‘บิ๊กตู่’ เช้า เที่ยง หม่ำข้าว ‘บิ๊กป้อม’ คุยจับขั้วเก่า-ขวางบิ๊กตู่นั่งนายกฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ขึ้นไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 10 นาที จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้นำพวงมาลัยไปกราบและอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด เนื่องจากวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมาไม่มีโอกาส จึงมาอวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา ทั้งนี้ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องทางการเมืองเนื่องจากมีบุคคลรอเข้าพบนายกฯ จำนวนมาก และวันเดียวกันนี้นายกฯ ได้มอบเหรียญหลวงพ่อทวด เป็นเหรียญเสมาหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นชัยมงคล พุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 เป็นของที่ระลึกให้กับตนและฝากไปให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการพรรค ภท.ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นมงคล จะนำไปบูชาบนเครื่องบินที่ขับเป็นประจำ ชื่อดี เลื่อนสมณศักดิ์

เมื่อถามว่าในฐานะนักการเมืองมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะส่งผลทางการเมืองอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า การเมืองในขณะนี้เป็นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนผ่านของระบอบใดๆ อย่างปี 2562 ยังมีการเปลี่ยนผ่านจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อกำหนดอันเป็นบทเฉพาะกาลเข้ามาในระบบสภา ขณะนี้เหลือแค่อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่กำลังจะหมดลงในปี 2567 ขออย่าไปคิดมากว่าจะต้องไปแก้ไขอะไรให้ยุ่งยาก เพราะสิ่งนี้เป็นข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ ทำให้แก้ไขลำบาก ดังนั้น การเลือกตั้งในปี 2566 เป็นการแข่งขันสร้างความชอบธรรมให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเป็นคนเลือก ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หาก พล.อ.ประยุทธ์จะลงสมัครในรูปแบบไหนก็ตาม ก็ไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย ทำได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยมองว่าการเป็น ส.ส.ถือเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ เป็นตัวแทนให้กับประชาชนเพื่อเข้าไปทำงานในสภา นอกจากนี้การเป็น ส.ส.และรัฐมนตรีจะยิ่งสามารถทำงานได้หลายมิติ เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนและดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายอนุทินเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออวยพรและมอบของขวัญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดช่วงเช้าเสร็จแล้ว จากนั้นเวลา 12.00 น. นายอนุทินพร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ได้เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด โดยใช้เวลารับประทานอาหารและพูดคุย 1 ชั่วโมงครึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภาพรับประทานอาหารครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกนายอนุทินและแกนนำพรรค ภท. เคยมานั่งรับประทานอาหารด้วยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันเพียงสัปดาห์เดียว

Advertisement

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เนื้อหาบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจับมือตั้งรัฐบาล มีการคำนวณตัวเลขที่แต่ละพรรคจะได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรค พปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง พรรค ภท.จะได้ 70 ที่นั่ง เป็น 140 ที่นั่ง บวกกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะได้เกิน 203 ที่นั่ง จะจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะมีเสียงของ ส.ว.ด้วยส่วนหนึ่ง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้ระบุว่า การเป็นนายกฯ ถ้าคะแนนใครชนะเอาไปเลย ส่วนพรรคที่ได้ 25-30-40 เสียง จะมาเอาไม่ให้ คนที่ได้คือเรากับหนู (นายอนุทิน) ทำให้นายอนุทินที่ฟังอยู่ยิ้มออกมาก่อนพูดทำนองว่า ถ้าอาจะเอา เอาไปก่อน นอกจากนี้วงสนทนายังมีการประเมินเสียงของพรรคเพื่อไทย (พท.) จะได้ในครั้งนี้ไม่เกิน 170 ที่นั่ง ทั้งนี้นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ประสานขอมาร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตรในโอกาสต่อไปด้วย