หน้าแรก การเมือง ภาค ปชช. ร้อง...

ภาค ปชช. ร้องนายกฯ จี้ตั้ง กก.-ออกมาตรการแก้ไขปัญหาซีเซียม หลังท่องเที่ยว-ออเดอร์ ถูกยกเลิก

23.03.23 | 13:56 น.

ภาค ปชช. ร้องนายกฯ จี้ตั้ง กก.ชาติ-ออกมาตรการแก้ไขปัญหาซีเซียม หลังท่องเที่ยว-ออเดอร์ ถูกยกเลิก

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ภาคประชาสังคมจังหวัดปราจีนบุรี นำโดยนายวิโรจน์ น้อยสำเนียง นายกสมาคมจิตอาสาพัฒนาปราจีนบุรี และนางระตะนะ ศรีวรกุล ประธานสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงลาโหม เพื่อขอให้ดำเนินการเร่งแก้ไขความเดือดร้อนและผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจากปัญหาสารซีเซียม-137 ที่หลุดหายจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด ใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี รวมถึงเสนอให้นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติภายใน 1 สัปดาห์ โดยให้มีตัวแทนของภาคประชาสังคมฯ ร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว

ขณะที่นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน พร้อมกล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบดำเนินการโดยเร่งด่วน จากนั้น ตัวแทนภาคประชาสังคมฯ ได้มอบกระเช้าผักสดผ่านทางนายสมพาศ เพื่อฝากไปถึงนายกฯ ด้วย โดยหวังว่าหากนายกฯ ได้รับประทานผักสดเหล่านี้แล้ว จะการันตีได้ว่าเป็นผักสดใน จ.ปราจีนบุรีมีความปลอดภัย

ด้านนายวิโรจน์กล่าวว่า ภาคประชาสังคมจังหวัดปราจีนบุรีขอเสนอให้นายกฯ มีมาตรการ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมาตรการระยะสั้น ขอให้รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบการปนเปื้อนหาปริมาณรังสี และการกระจายตัว ระดมเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญ และสรุปผลให้เร็วที่สุด รวมถึงต้องมีมาตรการจัดการฝุ่นเหล็กและวัสดุต่างๆ ที่ปนเปื้อนรังสีซีเซียม-137 และการสื่อสารให้ข้อมูลต้องเป็นมืออาชีพ ระบุเวลาและเหตุการณ์รวมถึงเส้นทางที่เกี่ยวข้อง ส่วนมาตรการระยะยาว รัฐบาลต้องติดตามผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ อีกทั้งขอให้มีมาตรการเยียวยาและฟื้นฟู รวมถึงต้องเปิดเผยรายงานและข้อมูลต่างๆ ต่อสาธารณะ อาทิ ชนิดจำนวน ความรุนแรง มาตรการรับมือของวัสดุกัมมันตรังสี เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Advertisement

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอให้มีมาตรการชดเชยความเสียหายแก่ผู้ที่ถูกยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าทางการเกษตร และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก อีกทั้งขอให้หน่วยงานรัฐออกหนังสือรับรองความปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสีฟรี เพื่อลดผลกระทบแก่เกษตรกรในการจำหน่ายพืชผลการเกษตร ขณะเดียวกัน เราจะนำเครื่องมือที่มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ มอบให้ชุมชนไปใช้ตรวจสอบพืชผักและสินค้าเกษตรใน จ.ปราจีนบุรีด้วย และที่สำคัญ ต้องมีการเอาผิดกับบริษัทที่เป็นต้นทางก่อปัญหานี้ เพื่อให้แสดงความรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา และในช่วงบ่ายวันนี้ (23 มีนาคม) พวกเราจะเดินทางไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยื่นเรื่องขอให้กำกับตรวจสอบบริษัทดังกล่าวที่เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าต้นเหตุว่าได้มีการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่

ด้านนางระตะนะกล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบสารกัมมันตรังสี แต่ทำให้ประชาชนใน จ.ปราจีนบุรีได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ยกเลิกแผนการเดินทางมาศึกษาดูงาน จึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขระยะยาว เพราะขณะนี้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจว่าที่พักอาศัยอยู่มีความเสี่ยงกับสารกัมมันตรังสีในจุดอื่นอีกหรือไม่ อีกทั้ง หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมีหน่วยงานเดียวที่รู้ คือสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและอุตสาหกรรมจังหวัดฯ กลับไม่รู้เรื่อง มีการจัดการกันเพียงไม่กี่หน่วยงาน แต่เมื่อถึงเวลาเกิดปัญหา ประชาชนกลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงอยากให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมมือร่วมใจกันสร้างความเชื่อมั่น สร้างความปลอดภัย และช่วยกันฟื้นฟูให้ จ.ปราจีนบุรีหลุดพ้นจากภาวะเสี่ยงภัยหรือความไม่แน่ใจไม่แน่นอน เพื่อให้ทุกคนได้ทำมาหากินฟื้นฟูตัวเองต่อไป