คอลัมน์หน้า 3 : สมการ การเมือง พลังประชารัฐ เพื่อไทย หลัง ‘เลือกตั้ง’
ตัวเลข 203 อันสะท้อนผ่านพันธมิตร พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา
มากด้วยความแหลมคมเป็นอย่างสูง
แหลมคมเพราะว่าจำนวน 203 ห่างไกลจาก 250 อันเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดในระบบ
ยังห่างจาก 378 ถึง 75
เมื่อนำเอาตัวเลข 203 จากความเชื่อมั่นของพันธมิตรในแนวร่วมพรรคพลังประชารัฐไปวางเรียงกับ 301 อันเป็นเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย
ก็สัมผัสได้ใน “ความเหมือน” และ “ความต่าง”
คำถามก็คือ ไม่ว่าสมการของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าสมการของพรรคเพื่อไทยล้วนตัดพรรครวมไทยสร้างชาติออกไป
เท่ากับตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากวงจร
อย่าถามถึงความเป็นไปได้ อย่าถามว่าที่ว่าเป็นพันธมิตรในแนวร่วมนั้นมีความหนักแน่นและมั่นคงเพียงใด
มองผ่าน “ภูมิใจไทย” มองผ่าน “ประชาธิปัตย์”
ขณะที่ด้านหนึ่ง สัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวอันมากด้วยความระมัดระวังของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย
จัดระยะระหว่าง “ประยุทธ์” กับ “ประวิตร”
อีกด้านหนึ่งก็สัมผัสได้ในความหงุดหงิดกับปฏิบัติการ “ตกปลาในบ่อ” จากพรรครวมไทยสร้างชาติต่อคนของพรรคประชาธิปัตย์
ไม่ว่า “ภาคใต้” ไม่ว่า “กทม.”
เด่นชัดยิ่งว่าแนวโน้มที่พรรครวมไทยสร้างชาติและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะถูก “โดดเดี่ยว” มีสูง
สัมผัสผ่าน “บรรยากาศ” จาก “บ้านป่ารอยต่อฯ”
โจทย์ทางการเมืองเฉพาะหน้าที่เสนอทั้งต่อ 1 พรรคพลังประชารัฐ และ 1 พรรคเพื่อไทย จะเอา “จำนวน” ที่ขาดหายไปมาจากไหน
1 จาก “วุฒิสภา” 1 จาก “สภาผู้แทนฯ”
ความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะใช้พลานุภาพของพรรคพลังประชารัฐและพันธมิตร “ดูด” ส.ว.มีสูง
แต่ก็ยังมี “จุดอ่อน” ใน “สภาผู้แทนราษฎร”
ขณะที่พรรคเพื่อไทยแม้มั่นใจว่าจะทะยานสู่เป้าหมาย 310 แต่อีก 66 มือจะได้มาจากไหน
โดยเฉพาะมือจากภายใน 250 ส.ว.
จึงทั้งพรรคพลังประชารัฐ และทั้งพรรคเพื่อไทย ล้วนตกอยู่ในสภาพยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก
เว้นแต่จะสามารถยื่นมือแห่งไมตรีเข้าหากัน
ผลการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมจึงมีความสำคัญ การตัดสินใจหาหนทางภายหลังการเลือกตั้งก็มีความสำคัญ
ไม่ว่า “พลังประชารัฐ” ไม่ว่า “เพื่อไทย”
แม้ว่าโดยแนวโน้มจะสามารถตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรครวมไทยสร้างชาติออกจาก “สมการ”
การตัดสินใจ “เลือก” จึงแหลมคมและอ่อนไหวยิ่ง

