สแกน ‘ดรีมทีมเศรษฐกิจ’ จุดขายสู้เลือกตั้ง

24.03.23 | 06:02 น.

สแกน ‘ดรีมทีมเศรษฐกิจ’ จุดขายสู้เลือกตั้ง

พรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเปิดตัว ขุนพลทีมเศรษฐกิจ สู้ศึกเลือกตั้งทั่วไป ที่เชื่อกันว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญ ในการเลือกตั้งทั่วไป 14 พฤษภาคม 2566

ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ใกล้ตัวประชาชนทุกคน นอกจากนโยบายที่แต่ละพรรคนำเสนอแล้วที่ขาดเสียไม่ได้ก็หน้าตาทีมเศรษฐกิจ ที่จะมาแปรนโยบายเป็นภาคปฏิบัติ ต้องดี เป็นผู้มีโปรไฟล์ ผ่านงานบริหารจัดการ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดแก่ประชาชนได้

สำหรับทีมเศรษฐกิจของแต่ละพรรคการเมืองนั้นจะดี เด่น ดัง สมราคามากน้อยแค่ไหน ลองไปดูกัน

เริ่มที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งชูแคมเปญ คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน เปิดตัวบุคคลร่วมทีมเศรษฐกิจแล้ว

Advertisement

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ตามด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ เป็นรองประธานกรรมการ ส่วนทีมที่ปรึกษา ประกอบด้วย นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายให้กับ 3 นายกรัฐมนตรีมาแล้ว ไม่ว่าจะรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตซีอีโอแสนสิริ ผู้ประสบความสำเร็จในการบริหารงาน บริษัทผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดัง แสนสิริ, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจและการเจรจาอย่างมากและยังเป็นอดีตผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วาดฝันขยับนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ส่งเทียบเชิญ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระ เข้าเสริมทีมปิดจุดอ่อน ต่างล้วนมีความสามารถทั้งด้านเศรษฐกิจ และพลังงาน

ขณะที่ขุนพลพรรค พปชร.ก่อนหน้านี้ก็ใช่ย่อย อาทิ นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.อุตสาหกรรมและ รมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ รมว.พลังงาน, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายสมัย, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน และ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดตัว 8 ขุนพล ผสมปนเปคนหลายรุ่นไว้ในที่เดียว นำโดย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน มือเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งยังได้ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย พร้อมช่วยงานอีกครั้ง ส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย นายจุติ ไกรฤกษ์ และ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ต่างเคยอยู่ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน เป็นต้น รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ ทั้ง นายจักร บุญหลง, นายชวิน อรรถกระวีสุนทร, นายวิท วรรณไกรโรจน์ และ นายวินท์ สุธีรชัย

พรรคก้าวไกล
นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค ประกาศวาระ ยกเครื่องภาครัฐ นำเศรษฐกิจไทยก้าวหน้า เปิดทีมเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นผู้ชายทั้งหมด ประกอบด้วย 1.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร 2.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล 3.วรภพ วิริยะโรจน์ 4.อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล 5.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และ 6.เดชรัต สุขกำเนิด

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจชุดนี้ไม่ได้มาจากแวดวงเศรษฐกิจทั้งหมด แต่มาจากหลากหลายอาชีพ ทั้ง ส.ส. นักวิชาการ ข้าราชการ นักธุรกิจ ผมสผสานทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง รุ่นเก๋า คร่ำหวอดในเศรษฐกิจภาคเมือง เศรษฐกิจภาคชนบท เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมไฮเทค

ในส่วน พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดตัวทีมเศรษฐกิจออกมา ถึงกับ “ว้าว ไทยแลนด์” นายวราวุธ ศิลปอาชา ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังสวมหมวกเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีต ผอ.ธนาคารออมสิน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเงินการธนาคารมากว่า 40 ปี มาร่วมทีมหลัก ทั้งที่หลายพรรคทาบทามไปแต่เจ้าตัวกลับเลือกอยู่กับ ชทพ. และยังตัดสินใจยื่นลาออกจากตำแหน่งกรรมการในบริษัทเอกชนถึง 15 บริษัท ในทีมยังได้ นายกนก วงษ์ตระหง่าน อดีตมือเศรษฐกิจของ ปชป. นายสันติ กีระนันทน์, นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์, นายปรเมศวร์ กุมารบุญ, นายอมรฤทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, นายกัมปนาท วงศ์หงษ์กุล ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน, นายธนพล สิริประภาวรรณ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน

เมื่อส่องกล้องมายัง พรรคชาติพัฒนากล้า ภายใต้การนำของ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค กับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ร่วมเปิด 12 นโยบาย พร้อมหาเงิน 5 ล้านล้านบาทเข้าระบบ

นายสุวัจน์กล่าวว่า เศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักที่ต้องเข้ามาแก้ไข เป็นวิกฤตการเมือง พรรคชาติพัฒนากล้ามีแนวคิดว่า งานดี มีเงิน ของไม่แพง สร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ โดยเปิดนโยบายทั้งหมด 12 เรื่อง อาทิ สร้างเศรษฐกิจใหม่ หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจที่จะนําไปสู่เม็ดเงิน ประมาณ 5 ล้านล้านบาท, จัดโครงสร้างภาษีใหม่ บุคคลเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี, สร้างเกษตรใหม่ที่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ เป็นจุดแข็งของประเทศและนโยบายมอเตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 กิโลเมตร เป็นต้น

ส่วน พรรคไทยสร้างไทย ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ตัว นายสุพันธุ์ มงคลสุธี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค เป็นอีกบุคคลหนึ่งได้รับการยอมรับ เป็นนักธุรกิจเปลี่ยนจากธุรกิจกระดาษ เครื่องเขียน มาทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก เหมือนสตาร์ตอัพเมื่อ 30 ปีก่อน มียอดขายบริษัท 30,000 กว่าล้าน แตะไฮ เรคคอร์ด บริษัทไม่มีปัญหาการขาดทุน การตัดสินใจมาตำแหน่งนี้เพราะเศรษฐกิจประเทศไทยเปราะบาง เงินเฟ้อสูงมาก เดือน มี.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.7% หนี้ครัวเรือนสูงในประวัติศาสตร์ 90% ของ GDP และอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทยจึงเลือกพรรคนี้

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังทิ้งเครื่องหมายคำถามว่าจะฟอร์มทีมเศรษฐกิจขึ้นหรือไม่ ในอดีตเคยมียอดฝีมือเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศอยู่หลายคน ในครั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำเพียงเปิดโต๊ะแถลง เปิด 8 นโยบายเพื่อใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตามยุทธศาสตร์สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เท่านั้น

ย้อนกลับไปปีที่แล้ว ปชป.เจอมรสุมกระหน่ำ การประชุมทีมเศรษฐกิจปีที่แล้ว ยังมีบิ๊กเนมหลายคนนั่งร่วมประชุมแต่ปัจจุบันล้วนไปสังกัดพรรคใหม่กันทั้งสิ้น ขณะที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนก่อนหน้าก็เจอคดีที่เป็นภัยต่อสังคม ก่อนจะตั้ง ผศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หรือ ดร.บิล เป็นประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจทันสมัย

แต่ผู้ที่ออกงาน ประชันจุดขาย โชว์จุดแข็งในช่วงแรก ในฐานะทีมจุรินทร์ ด้านเศรษฐกิจ กลับมีภาพ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยนายชวน เสียมากว่า

เช่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ที่มี ส.ส.ต่างค่ายแห่เข้าสมัครกันล้นหลามก่อนหน้านี้ เป็นอีกพรรคที่ไม่มีการฟอร์มทีมเศรษฐกิจอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่เมื่อมีโอกาสพูด เสี่ยหนูก็กล่าวแบบข้ามช็อตกันไปเลยว่า หากเป็นนายกฯ พูดแล้วทำ ไม่ขายฝัน ทำได้จริง ต้องทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้น

“จากความที่ไทยตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน นี่คือโอกาสที่ไทยต้องรักษาไว้ ในเวทีโลกต่างพูดกันว่า ใน 20 ปีนี้ อาเซียนจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของโลก นี่คือสิ่งที่ไทยต้องได้ประโยชน์ด้วย ต้องเร่งพัฒนาตัวเอง วางเป้าหมายให้ชัด แล้วไปให้ถึง จะเป็นเมดิคัลฮับ จะเป็นศูนย์กลางการลงทุน จะเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยว พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายแลนด์บริดจ์เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน ด้วยถนน รถไฟ ทางด่วน ทางท่อ ร่นเวลาการขนส่งจาก 7 วัน เหลือ 1 วัน เป็นโครงการที่จะช่วยให้ไทยมีศักยภาพ ในการเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมของภูมิภาค”

หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของประชาชนจะตัดสินใจเองว่า นโยบายของพรรคไหนที่จับต้องได้ ไม่เพ้อฝัน นำมาใช้ได้แล้วแก้ปัญหาได้จริง