หน้าแรก การเมือง เลขาฯรวมไทยสร...

เลขาฯรวมไทยสร้างชาติ ไม่สนภาพจับขั้ว หลังบิ๊กป้อม-อนุทิน ชิงดีลตั้งรัฐบาล

25.03.23 | 12:49 น.

‘รวมไทยสร้างชาติ’ อบรม 400 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ‘เอกนัฏ’ เผยรอเคาะปาร์ตี้ลิสต์ ไม่สนภาพวงกินข้าวดีลตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่อาคารเดอะพอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมแพล็กซ์ ห้างเดอะพอร์ทอลบอลรูม ชั้น 4 เมืองทองธานี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการสัมมนาผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ว่า เนื่องจากตอนนี้เราอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่ และมีประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การสัมมนาในช่วงเช้าจึงเชิญผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่เคยทำงานกับ กกต. มาให้ข้อมูลกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 400 คน ขณะที่ในช่วงบ่ายจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กกต. ก่อนจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศในช่วงบ่าย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค รทสช. พร้อมด้วยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. จะร่วมกันปล่อยแถวถือว่าเป็นการส่งสัญญาณการลงสนามต่อสู้ของผู้สมัครทั้ง 400 เขตครบถ้วนเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการมาสร้างปรากฎการณ์ร่วมกัน

เมื่อถามว่า ในวันเดียวกันนี้ที่จะมีการประกาศแคนดิเดตนายกฯของพรรคอันดับ 1 ที่ทราบกันว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ และอันดับ 2 เป็นนายพีระพันธุ์หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ขอให้รอตอนเวลา 14.00 น.

เมื่อถามถึง ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 เป็น พล.อ. ประยุทธ์หรือไม่ และ พล.อ.ประยุทธ์ได้ตัดสินใจแล้วหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า การจัดบัญชีรายชื่อขนาดนี้อยู่ในกระบวนการ รวบรวมแล้วส่งไปให้สาขากับตัวแทน ไปดำเนินการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นตามระเบียบของ กกต. และเมื่อส่งกลับมาแล้วก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค กำลังพิจารณาเรียงลำดับ

Advertisement

ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสรุป 100% จึงยังไม่อยากประกาศอะไรขอให้รอเคาะบัญชีรายชื่อ ก็จะประกาศต่อสาธารณะได้ และในส่วนของต้นสัปดาห์หน้าว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจะไปสมัครกับ กกต.ในวันที่ 4 เมษายน สำคัญคือ ส.ส.เขต 400 เขตทั่วประเทศเรามีครบถ้วนแล้ว อาจมีบางเขตที่เกินก็จะส่งไปแล้วฟังความคิดเห็นเพื่อมาปรับแก้ แต่โดยหลักแล้ววันนี้ 400 เขต 400 คน เรามีครบถ้วน และพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสู้ศึกการเลือกตั้ง

เมื่อถามต่อว่ากรณี มีการทำลายป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค นอกจากนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตวัฒนา-คลองเตย ในส่วนผู้สมัครคนอื่นมีหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เรื่องอย่างนี้เห็นเป็นประจำในช่วงการเลือกตั้ง แต่พูดกันตรงๆ การทำลายป้ายไม่ได้ทำลายคะแนนของเราไปได้ ซึ่งในการสัมมนา จะบอกผู้สมัครให้มีความหนักแน่นและแน่วแน่ในการหาเสียง ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดจะต้องสวมจิตวิญญาณการเป็นผู้แทนราษฎรเอาความขยันเข้าสู้ ซึ่งในการหาเสียงยุคใหม่จะมีการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ ผู้สมัครทุกคนต้องขยันเดินหน้าหาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด เรื่องป้ายหาเสียงเป็นเพียงองค์ประกอบ จะทำลาย ก็ทำลายไป เดี๋ยวเราก็ซ่อมใหม่แล้วติดใหม่

เมื่อถามอีกว่า มองอย่างไรกับการคิวจัดตั้งรัฐบาลที่มีภาพปรากฏนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าหากใครได้คะแนนพรรคอันดับหนึ่งนั่งนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ กล่าวว่า ทุกอย่างที่พูดกันอย่างนั้น อย่างนี้ ตนว่าดีที่สุดเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งออกมาก็รู้เอง ที่บอกว่าจะได้เท่านั้นเท่านี้ในที่สุดจะได้เท่าไหร่ เพราะการตัดสินใจเป็นของประชาชน สำหรับพรรค รทสช.เป็นพรรคใหม่ ทำงานสู้กับเวลา และทำงานสู้กับตัวเอง ภารกิจสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การไปร่วมวงทานข้าว สนทนาการเมืองกับพรรคโน้น พรรคนี้ แต่เป็นการพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าเราคือพรรคที่จะก้าวหน้าไปสู่การเป็นสถาบันที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน

เมื่อถามต่อว่า นโยบายของพรรค รทสช.ปล่อยมาหมดหรือยัง หรือยังมีนโยบายล็อตใหญ่ที่จะออกมาอีก นายเอกนัฏกล่าวว่า นโนบายมี 60-70 นโยบาย แต่แน่นอนหากสื่อสารออกมาทีเดียวจะสร้างความสับสนจึงค่อยๆ เปิด ภายใต้สโลแกนทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพราะเราเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ที่มีผลงานจับต้องได้ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายภารกิจต่อยอดจากผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ และเราได้มีการประกาศทีมเศรษฐกิจไปแล้ว ทั้งนี้การออกนโยบายไม่ใช่การใช้เงินของประเทศอย่างเดียว ต้องเป็นทีมเศรษฐกิจที่สามารถบริหารนโยบายเศรษฐกิจของประเทศได้ เก็บเกี่ยวโอกาสใหม่ๆ นอกจากการใช้เงิน ที่สำคัญกว่านั้นคือการหาเงิน

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการวางคิวหาเสียงนอกเวลาราชการไว้แล้วหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เรื่องการหาเสียงจะต้องมีการวางคิว โดยจะต้องมีการแบ่งเวลาการหาเสียงนอกเหนือจากเวลาราชการ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนหลังวันที่ 25 มีนาคม จะเห็นภาพ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ก็จะเห็นสลับไปสลับมา และมีการวางแผนอยู่