ปลัดมท.สั่งอำนวยความสะดวก ทำบัตรสีบัตรชมพู แรงงานต่างด้าว
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) เปิดเผยว่า สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยได้หารือกรณีปัญหาเรื่อง การออกบัตรชมพู ให้กับกลุ่มแรงงานตามมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มท.ได้ออกประกาศ เรื่อง การอนุญาต ให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
เพื่อทำงานกับนายจ้างในกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 มีผลทำให้ คนต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นแรงงานในกิจการประมงทะเลอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เพื่อดำเนินการรับหนังสือคนประจำเรือ ซึ่งสามารถไปดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) ได้ที่ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริหารการทะเบียนภาคสาขาจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่กรมการปกครองกำหนดได้ ในวันและเวลาราชการเป็นการปกติ โดยไม่ได้มีการกำหนดห้วงเวลาดำเนินการ และไม่ได้ส่งผลกระทบในเรื่องการดำเนินการออกบัตรชมพูล่าช้าแต่อย่างใด
ปลัด มท.กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การออกหนังสือ คนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง พ.ศ.2565 โดยเจ้าของเรือสามารถนำแรงงานต่างด้าวไปยื่นคำขอ หนังสือคนประจำเรือได้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 เดือน คือในระหว่างวันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน และระหว่างวันที่ 1 กันยายน-30 พฤศจิกายนนั้น
โดยที่ประชุมมีมติให้ประสานกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทาง ให้มีการเปิดทำบัตรชมพูได้ปีละ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การออกหนังสือคนประจำเรือ ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง พ.ศ.2565 ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาต ให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อทำงานกับนายจ้างในกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 และได้แจ้ง ให้ทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วยแล้ว
“ในการขอรับหนังสือคนประจำเรือของแรงงานต่างด้าวให้แรงงานต่างด้าวที่จะมาขอหนังสือคนประจำเรือจะต้องมีใบรับรองการตรวจสุขภาพรวมถึงการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมการประกันสุขภาพ หนังสือสัญญาจ้างในงานประมงทะเลครอบคลุมการสัมภาษณ์คนต่างด้าวโดยมีเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตรวจสอบความถูกต้องและลงลายมือชื่อกำกับ พร้อมรูปถ่ายสี ครึ่งตัว หน้าตรงไม่สวมหมวกและแว่นดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 3 รูป และเมื่อยื่นคำขอแล้วจะได้รับใบรับคำขอ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการยื่นขอจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ภายใน 15 วัน พร้อมทั้งขอจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยกับกรมการปกครอง ซึ่งใบรับคำขอนี้ไม่อนุญาตให้ใช้แทนหนังสือคนประจำเรือ และเมื่อจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้วให้นำหลักฐานมารับหนังสือคนประจำเรือพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท จึงจะสามารถนำแรงงานออกทำการประมงได้” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว


