ก้าวไกล ชู หวยใบเสร็จ กระตุ้นยอดขายเอสเอ็มอี สร้างแฟร์เกม ปลดล็อกผลิตสุราจากสินค้าเกษตร ลดค่าไฟ 70 สต.ใน1ปี
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงวิสัยทัศน์ “นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ภายใต้รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง”ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือเฟทโก้ ว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคจะมีอยู่ 3 ขั้น โดยขั้นแรก เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่รองรับทุกคน ขั้นที่สอง คือ นโยบายเศรษฐกิจแบบเท่าเทียมและเป็นธรรม และ ขั้นที่สาม คือนโยบายเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด
นายวรภพ กล่าวว่า นโยบายขั้นแรก เศรษฐกิจที่รองรับทุกคนนั้น จะเริ่มตั้งแต่สวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนตาย ส่วนเศรษฐกิจธุรกิจ คิดว่า ถึงเวลาสร้างแต้มต่อให้เอสเอ็มอีรายย่อยด้วยข้อเสนอนโยบายที่เรียกว่า “หวยใบเสร็จ” ให้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังซื้อสินค้าจากร้านค้าเอสเอ็มอีรายย่อย เมื่อซื้อสะสม 500 บาทนำไปแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ จะทำให้เกิดแรงจูงใจหรือแต้มต่อให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนรายย่อยมากขึ้น ส่วนรายใหญ่ บริษัทนิติบุคคลที่ซื้อสินค้าบริการเอสเอ็มอีเพิ่มเท่าไหร่ก็นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 50% สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตลาดมาให้แก่ซัพพลายเชน
นายวรภพ กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจขั้นที่สอง คือ การทำธุรกิจแบบเท่าเทียม (แฟร์เกม) จะเริ่มตั้งแต่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ และการรื้อกฎหมายที่ล้าสมัย กฎหมายที่ผูกขาด ที่เราพูดถึงมาก คือ การปลดล็อกผู้ผลิตสุราที่จะสร้างสินค้าเกษตรแปรรูปจำนวนมาก อาทิ มังคุดก็นำมาทำเบียร์ได้ กระเจี๊ยบทำเป็นไวน์ได้ด้วย เรื่องการลดค่าครองชีพ ผ่านการลดค่าไฟฟ้า ก้าวไกลเสนอลดค่าไฟฟ้า 70 สตางค์ภายใน 1 ปี เพียงแค่ประเทศไทยเปลี่ยนนโยบายเรื่องก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายปลดล็อกท้องถิ่นให้ยึดประโยชน์ประชาชนไม่ใช่ระเบียบข้าราชการ ส่วนนโยบายเศรษฐกิจขั้นที่สาม คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ซึ่งพรรคมีนโยบายเข้าไปสนับสนุนให้ธุรกิจของไทยเข้าไปสู่ซัพพลายเชนของโลก
นายวรภพ กล่าวว่า สำหรับนโยบายด้านตลาดทุนนั้น มี 3 เรื่อง คือ 1.การเพิ่มการระดมทุนเอสเอ็มอีขนาดกลาง โดยใช้นโยบายหวยใบเสร็จ หนุนให้เอสเอ็มอีเติบโตและสามารถระดมทุนในตลาดทุนได้ 2.การเพิ่มจำนวนนักลงทุนในประเทศ ปัจจุบันเรามีนักลงทุน 3 ล้านรายเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบประชากรของประเทศ
เราจึงเสนอเรื่องการพัฒนาข้อมูลการเงินที่เชื่อมโยงกันได้ ทำให้นักลงทุนรู้จักการออม และเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น และ 3.เรื่องความยั่งยืนของตลาดทุนผ่านการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แนวนโยบาย คือ SET Zero ผ่านการปลดล็อกธุรกิจสินค้าหรือครัวเรือนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า การส่งเสริมรถอีวี หรือนโยบายต้นไม้ปลดหนี้เป็นต้น

