หน้าแรก การเมือง ชทพ.ลั่นไม่เช...

ชทพ.ลั่นไม่เชื่อนโยบาย ‘ลดแลกแจกแถม’ ช่วยศก.ได้ ชี้เป็นภาระคลังมากกว่า

25.03.23 | 15:54 น.

ชาติไทยพัฒนา ลั่น ไม่ใช้นโยบายประชานิยมหาเสียง สร้างความเข้มแข็งประเทศไทย ด้วย 3 มิติ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงวิสัยทัศน์ “นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ภายใต้รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง” ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยหรือ เฟทโก้ โดยกล่าวว่า

อันดับแรกพรรคเราไม่เชื่อเรื่องการนำนโยบายประชานิยมมาใช้โดยไร้เหตุผล เรื่องลดแลกแจกแถม ทำแล้วมีผลกระทบด้านลบแน่ คือ ภาระทางการคลังเกิดขึ้นโดยไม่สร้างผลิตภาพ

ทั้งนี้ พรรคมีข้อเสนอด้านนโยบายใน 3 มิติที่นำเสนอ คือ สร้างโอกาสให้คนฐานราก เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้ประเทศ การเพิ่มโอกาสให้คนฐานรากนั้น ปัจจุบันมีทั้งเกษตรกรและเอสเอ็มอีรวมกว่า 50 ล้านคน โดยการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสทำมาหากินที่มีมูลค่าเพิ่ม โอกาสสร้างรายได้เสริม ทั้งนี้ แบงก์รัฐต้องให้การสนับสนุน มีวิสาหกิจหมู่บ้านระบบสหกรณ์ หนุนบีซีจี ช่วยสนับสนุนฐานรากให้เข้าถึงตลาดทุนนำคาร์บอนเครดิตมาซื้อขายเพิ่มมูลค่าให้ประเทศ

มิติที่สอง คือ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ผ่านมา จะเห็นว่า ธุรกิจท่องเที่ยวเราพึ่งพาเกือบ 1 ใน 4 ของปัจจัยภายนอก เมื่อเกิดโควิด จึงเกิดผลกระทบ ดังนั้น เราต้องมุ่งส่งเสริมธุรกิจในภาคอื่นด้วย โดยนำดิจิทัลเข้ามาช่วย

Advertisement

มิติที่สาม คือ การจัดลำดับความสำคัญของเศรษฐกิจใหม่ ที่ผ่านมา เราเน้นจีดีพี ยิ่งเน้นที่จีดีพี ยิ่งทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ดังนั้น เราต้องแก้ปัญหาที่ความเหลื่อมล้ำ เมื่อเราเน้นที่จีดีพี เราอัดมาตรการกระตุ้น คนที่ได้ คือ คนชั้นกลางขึ้นไป ถ้าปรับใหม่ให้ความสำคัญเรื่องความเหลื่อมล้ำ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทุกอย่างจะทำให้โครงสร้างทั้งหมดแข็งแรงขึ้น

สำหรับนโยบายในการพัฒนาตลาดทุนนั้น เขากล่าวว่า ปัจจุบันตลาดทุนเราเป็นเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมาก ขณะที่ การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องตลาดเงิน ซึ่งมีกฎหมายเกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีปัญหามาก ดังนั้น ต้องสังคายนา ซึ่งพรรคอยากเสนอให้กฎหมายมาจัดหมวดหมู่ให้เป็นคอมเมอร์เชียลมากขึ้น

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายเกี่ยวกับเอสเซสพลัสเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งตลาดเงินตลาดทุนต้องทำให้เกิดความชัดเจน และ ท้ายที่สุด การเติบโตของตลาดที่สูง แต่องค์ประกอบบริษัทจดทะเบียนยังเป็นธุรกิจเก่า ซึ่งเราอยากเห็นนิวอิโคโนมีมากขึ้น เสนอว่า การนำตลาดทุนไปช่วยคนตัวเล็กไม่ใช่การเปิดบอร์ดที่ 3 แต่เป็นเรื่องที่การสนับสนุนให้เกิดการเวนเจอร์แคป โดยรัฐบาลต้องให้แรงจูงใจ ถ้าเวนเจอร์ขาดทุนต้องหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เป็นต้น