ผบ.ทร. พร้อมนายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะนายทหาร กองทัพเรือ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลฐานทัพเรือพังงา
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมด้วย นางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อเยี่ยมการปฏิบัติงานและบำรุงขวัญกำลังใจแก่กำลังพล ณ ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ต.ทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับอุปสรรคและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 สำหรับฐานทัพเรือพังงาเป็นหน่วยงานหลักของกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีหน้าที่ในการส่งกำลังบำรุงแก่กำลังทางเรือของกองทัพเรือที่ออกปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมทั้งดำเนินการด้านการกิจการพลเรือน การควบคุมเรือพาณิชย์ ตลอดจนการให้ความร่วมมือกับภาครัฐและการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ

ต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความพร้อมของเรือหลวง (ร.ล.) ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 และเยี่ยมกำลังพลในกองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติงานในฝั่งทะเลอันดามัน
โอกาสนี้ พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ว่า การที่ท่านทั้งหลายยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็ง จึงเป็นสิ่งที่ผมและข้าราชการกองทัพเรือรู้สึกชื่นชมในความเสียสละของท่านที่มีต่อประเทศชาติของเรา ผมขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติภารกิจด้วยความไม่ประมาท เตรียมตนเองให้พร้อมที่จะรับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และจะดำเนินการสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
“ขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในความเสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการปฏิบัติการใดๆ ขอให้พิจารณาด้วยความสุขุมรอบคอบ อดทน เพื่อเป็นหลักและเป็นที่พึ่งของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่กองทัพเรือที่ประชาชน เชื่อมั่น และภาคภูมิใจ” ผบ.ทร.ระบุ

สำหรับ “เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์” เป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 ที่กองทัพเรือขออนุมัติกระทรวงกลาโหมดำเนินการต่อขึ้นจากแบบเรือที่กองทัพเรือมีใช้ราชการ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ด้วยการน้อมนำและยึดถือการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยใช้แบบเรือของเรือหลวงกระบี่ที่กองทัพเรือได้ต่อขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เป็นแบบพื้นฐาน
คุณลักษณะทั่วไปของเรือ : ความยาวตลอดลำ 90.50 เมตร กว้าง 13.50 เมตร ความยาวที่แนวน้ำ 83.00 เมตร กินน้ำลึก 3.70 เมตร ระวางขับน้ำไม่น้อยกว่า 1,960 ตัน ความเร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 23 นอต (ที่ Full load) ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 3,500 ไมล์ทะเล (ที่ความเร็วเดินทางไม่ต่ำกว่า 15 นอต)

ระบบอาวุธประจำเรือที่สำคัญประกอบด้วย ปืนขนาด 76/62 มิลลิเมตร แบบอัตโนมัติ รุ่น Multi Feeding Vulcano Super Rapid จำนวน 1 ระบบ ปืนกลขนาด 30 มิลลิเมตร แท่นเดี่ยว รุ่น Seahawk MSI-DS30MR จำนวน 2 กระบอก ปืนกลขนาด 0.50 นิ้ว M2 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น Harpoon Block II แบบ Advanced Harpoon Weapon Control System 1 ระบบ จำนวน 2 แท่น แท่นละ 4 ท่อยิง
สามารถออกปฏิบัติงานในทะเลอย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติม และปฏิบัติการได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 5 (Sea State 5) นอกจากนี้ ยังสามารถปฏิบัติงานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ขนาดไม่ต่ำกว่า 11.5 ตัน ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับกำลังพลได้ไม่น้อยกว่า 115 นาย (กำลังพลประจำเรือ 99 นาย และปฏิบัติการทางอากาศ 16 นาย)

