นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามสื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. จะลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 รทสช.หรือไม่ว่า การจัดบัญชีรายชื่อขณะนี้อยู่ในกระบวนการ รวบรวมแล้วส่งไปให้สาขากับตัวแทน ไปดำเนินการประชุม รับฟังความคิดเห็นตามระเบียบของ กกต. และเมื่อส่งกลับมาแล้ว เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค พิจารณาเรียงลำดับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสรุป 100% จึงยังไม่อยากประกาศอะไร ขอให้รอเคาะบัญชีรายชื่อ จะประกาศต่อสาธารณะได้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ รทสช.เป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ในการเปิดตัวครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ไม่รู้มาก่อนจะเป็นแคนดิเดต เป็นเรื่องของพรรค ทุกอย่างพรรคทั้งนั้น และขอเรียนต่อหน้า 400 คนให้ทราบ ต่อจากการเลือกตนเป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 ซึ่งต้องแจ้งว่าทางพรรคได้เลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของพรรคคือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมกับขอบคุณหัวหน้าพรรค ได้ทำงานหนักมาพอสมควร ทั้งยังกล่าวเชิญชวนเลือก รทสช.ทั้ง 2 บัตร
ที่มานายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 นั้น เขียนไว้ว่า ต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ มิได้บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. ต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ระบุนายกฯต้องแต่งตั้งจาก ส.ส.หรือผู้เคยเป็น ส.ส. และฉบับปี 2550 บัญญัติให้ นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. โดยมิได้กำหนดว่า ต้องมาจากการเป็น ส.ส.ในระบบเขตเลือกตั้ง หรือแบบสัดส่วน แต่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดที่มา ไว้ตามมาตรา 158 วรรคสอง ว่านายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 ส่งผลให้คุณสมบัติการเป็น ส.ส.ไม่จำเป็นอีกต่อไป ในการเป็นบันไดขั้นแรกสู่ตำแหน่งนายกฯ
ตำแหน่งนายกฯเป็นตำแหน่งสำคัญต่อการบริหารประเทศ รัฐธรรมนูญเปิดทางบุคคลภายนอกสภาผู้แทนราษฎรเป็นได้ และเป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะตัดสินใจเลือกลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ก็ได้ โดยเมื่อปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯจากพรรคพลังประชารัฐ และไม่ลงสมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งทั่วไป 14 พฤษภาคมนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิก รทสช.ก่อนหน้า ซึ่งถือว่าสูงกว่ามาตรฐานรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองเป็นตัวกลางระหว่างรัฐกับประชาชน เมื่ออาสาทำงานให้กับบ้านเมืองจึงเป็นการเข้าใจที่ถูกต้อง ในส่วนการสมัคร ส.ส.นั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้พิจารณาและเล็งเห็นความสำคัญของที่มานายกฯในอดีต ก็ย่อมจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดี แสดงออกถึงการสนับสนุนระบบซึ่งยึดโยงประชาชน ที่แทบทุกพรรคถือปฏิบัติ ให้ความสำคัญกับการลงสมัคร ส.ส.ผ่านกระบวนการรับรองโดยประชาชน แม้รัฐธรรมนูญไม่บังคับให้ต้องมาจากการเลือกตั้งก็ตาม

