วิทยา เย้ย พท.เพ้อเจ้อแลนด์สไลด์ ชี้ควรเก็บไว้ใช้แค่ปลอบใจในฝัน
รอง หน.พรรค รทสช.ลงพื้นที่ เปิดผู้สมัครร้อยเอ็ด 8 เขต จวกเพื่อไทยเพ้อเจ้อแลนด์สไลด์ เชื่อมั่นเสื้อแดงเริ่มฉลาด ไม่ยอมให้หลอก ดังนั้นการอ้างแลนด์สไลด์ ก็แต่การพูดบนเวทีเพื่อหลอกตัวเอง โดยที่ไม่เคยได้ยินชาวบ้านพูด จวกป่วยการที่จะเคาะกะลาแต่เวลาจะเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมกรรมการบริหารพรรค และผู้แทนจากสำนักงานตัวแทนสาขาพรรค รวมไทยสร้างชาติ จังหวัดภาคอีสาน เช่น จากจังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ และ จ.อุดรธานี ซึ่งส่วนที่เดินทางมาจากอุดรธานี เป็นอดีต นปช.ซึ่งเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเดินทางมาร่วมกิจกรรมประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 8 เขตเลือกตั้งของจังหวัดร้อยเอ็ด ตามระเบียบซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมวัดบ้านโพธิ์สัย ม.4 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง ตามที่ กกต.กำหนด ซึ่งที่ประชุมมีสมาชิกพรรค 111 คน เข้าร่วมประชุมโหวตเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง

ซึ่งมีผู้สมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งสิ้น 8 คน ประกอบด้วย ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง 8 เขต คือ เขต 1 นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์ อดีตคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อดีตที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ อว.เคยสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 เมื่อปี 2562 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ก่อตั้ง มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ หัวหน้าพรรค / เขต 2 น.ส.บุณยรัตน์ อาษาศึก / เขต 3 นางอัญชิสา สีสาร อดีตหัวหน้าสาขาประชาธิปัตย์ จ.ร้อยเอ็ด กว่า 30 ปี / เขต 4 น.ส.ขวัญวรรณา เวียงสมุทร อดีตกรรมการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรแห่งชาติ ร้อยเอ็ด / เขต 5 นายเผด็จศีล สลักศิลป์ (อดีตนายก อบต. 3 สมัย) /เขต 6 นายชำนาญ โพธิคลัง อดีตเป็นผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของร้อยเอ็ด / เขต 7 นายจิรายุ มณีพันธ์ และเขต 8 นายฐิติพงศ์ พันธุ์พาณิชย์

นายวิทยาให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อมั่นการส่งผู้สมัครทั้ง 8 เขตของจังหวัดร้อยเอ็ดว่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยไม่เคยใส่ใจกับคำว่า แลนด์สไลด์ ที่ได้ยินมาตลอดเวลา 2 เดือน ล้วนจากปากคนในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น โดยไม่เคยได้ยินจากประชาชน มีแต่ออกจากปากคนที่เป็นหัวหน้าพรรคบ้าง เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยบ้าง ตะโกนกันบนเวทีเพียง 4-5 คนเท่านั้น
“ถ้าจะแลนด์สไลด์จริง อยากให้ลองกลับไปถามตัวเองว่า ช่วงที่เป็นรัฐบาลทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง กลับไปทบทวนว่าทิ้งรอยบาปอะไรกับแผ่นดินไว้บ้าง แล้วกับประชาชนที่ช่วยให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ มา 3 รอบ 4 รอบได้ดูแลเขาบ้างหรือเปล่า แล้วยังคิดว่าจะเคาะกะลา แต่วันที่คนเสื้อแดงลำบากไม่เคยดูแลเขา แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้ คนที่มายืนอยู่ข้างลงตนเองก็เป็นเสื้อแดงกว่าครึ่ง ที่แปรพักตร์ เพราะฉะนั้นคำว่าแลนด์สไลด์ น่าจะเอาไว้ปลอบใจตัวเองก่อนนอน” นายวิทยากล่าว
นายวิทยากล่าวว่า เพราะตอนนี้คนทั้งอีสานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ส.ส.ที่ขี้เกียจที่สุด คือ ส.ส.เพื่อไทยที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะ ส.ส.ที่จะแลนด์สไลด์นั่นแหละคือ ส.ส.ที่ขี้เกียจที่สุด ไม่เคยลงพบปะชาวบ้าน ซึ่งคือเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ให้ลองไปถามชาวบ้านดูว่าเคยเห็นหน้า ส.ส.บ้างหรือเปล่า 8 ปี ทำอะไรหรือเปล่า เพราะนอกจากจะไม่ทำอะไรแล้ว ก็มีแต่นั่งด่าคนอื่นเขา ด่าแต่ว่า พลเอกประยุทธไม่ทำอะไร ทั้งที่ทำเต็มแผ่นดินไปหมด อยากให้หันไปดูบ้าง คนในกรุงเทพฯเห็นรถไฟฟ้าวิ่งกันไปหมดแล้ว ถนน 4 เลน จากกรุงเทพฯกระจายไปทั่วประเทศ กระจายเป็น 6 เลน 8 เลน ทั้งทางรถ ทางด่วนรถไฟฟ้าก็กำลังจะวิ่งมา ก็กำลังจะวิ่งไปเชื่อมโยง ระหว่างประเทศ รถความเร็วสูงก็จะไป

ประเทศไทยจากเคยเป็นหนี้ IMF แต่วันนี้เราเป็นเจ้าหนี้ IMF แล้ว ประเทศไทยที่เคยทิ้งคนจนไว้ข้างหลัง วันนี้ เรามีบัตรให้กับคนจน ถือเกือบทุกคนแล้ว ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย แล้ววันนี้ถ้านักการเมืองหยุดโกงเสียบ้าง ประชาชนจะมีกิน อยากให้ย้อนกลับไปดูว่าพวกคุณทำอะไรบ้าง
“ไหนดูสิครับย้อนหลังไปดูครับ ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา รัฐมนตรีกี่คนที่ยังอยู่ในคุก รัฐมนตรีกี่คนที่หนีอยู่นอกคุก อันเกิดจากเรื่องทุจริตทั้งนั้น แต่กลับยังคิดว่าชาวบ้านเขาโง่ไม่รู้ ดังนั้นคำว่า แลนด์สไลด์ จึงควรเก็บเอาไว้หลับฝันกันเอง ซึ่งไม่มีทาง ทุกอย่างขอให้ฟังชาวบ้านก่อน ไม่ใช่ตะโกนบนเวทีแล้วไม่ฟังชาวบ้าน” นายวิทยากล่าว
รองหัวหน้าพรรค รทสช.กล่าวว่า ตนเองไม่เคยขึ้นเวทีแต่การเดินพบชาวบ้านทำให้รู้ว่าประชาชนคิดยังไง ทุกอย่างคือการหลอกตัวเองและชาวบ้านก็คิดอย่างนั้น และตอนนี้คิดว่าอย่าเพิ่งรีบสรุป เพราะยังเหลือเวลาอีก 40 วัน ให้ค่อยๆ พูดค่อยๆ จาไป ควรจะมาพูดด้วยเหตุผลว่า คุณมีนโยบายอะไรบ้าง นอกจากนโยบายข้อแรกคือเอาพ่อกลับบ้าน ซึ่งก็ไม่มีใครห้ามเรื่องกลับบ้านจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ จะกลัวอะไรกับการจะกลับบ้านก็ให้กลับมา ลูกน้องท่าน ก็กลับมาติดคุกอยู่เยอะแยะ ไม่กลัวอะไรครับและควรคิดนโยบายให้ออกว่าที่ด่าคนอื่นอยู่ปาวๆ นั้น ควรจะคิดว่า หากเข้ามาเป็นรัฐบาลจะทำอะไรบ้าง จะดีกว่า เช่นตอนนี้นี่ตำบลละล้าน ชาวบ้านก็ยังใช้หนี้ไม่หมด ก่อนหน้านั้นตัวเองพบกับชาวบ้าน 200 คน ถามแล้วทุกคนยกมือเหมือนกันหมด ที่ยังเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านกันทุกคน ควรช่วยกันมาแก้ให้กับชาวบ้าน

ส่วนการประกาศว่าพรรคจะแลนด์สไลด์ ได้ ส.ส.จากอีสานทั้งภาค ไปทั้งหมด ก็แค่เก็งแต่ตัวเลขอยู่ในสภา อยากถามว่ากลับบ้านบ้างหรือเปล่า อยากให้รู้ว่าถ้าผู้แทนไม่กลับบ้านล้วนตายทั้งนั้น อย่างเช่นในจังหวัดร้อยเอ็ด 8 เขต ที่เขาประกาศว่า จะแลนด์สไลด์ ตนเองเห็นว่า ผู้สมัครของพรรคทุกคนล้วนมีโอกาส ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับที่ความขยัน จะเป็นตัวชี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าพรรคเป็นคนดี
เพราะทั้ง 8 ปีที่เป็นนายกฯไม่เคยถูกก็หาว่ามีการโกง และเป็นชายชาติทหาร และที่สำคัญคนที่รวมไทยสร้างชาติเสนอเป็นนายกฯ ก็เป็นลูกอีสาน จริงๆ พ่อแม่ก็อยู่อีสานและก็เกิดในภาคอีสาน ที่จะเป็นนายกลูกอีสานคนแรกที่จะแบกภาระของคนทั้งชาติ ให้กับพี่น้องคนไทย ซึ่งจะเป็นความภูมิใจและเป็นหน้าตาของคนอีสาน ว่าวันนี้จะได้ลูกอีสานเป็นนายกรัฐมนตรี “ส่วนกรณีที่มองว่าผู้สมัครกอง พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด ต้นนึงเห็นหน้าสมควรแล้วจะถึงเวลาที่เป็นจากคนหน้าเก่ามาเป็นคนหน้าใหม่ เข้าไปทำหน้าที่บ้าง เพราะคนเก่าก็เก่าหมดแล้วไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น จึงควรจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ๆ น่าจะดีกว่า” รองหัวหน้าพรรค รทสช.กล่าว

