‘สมยศ’ หวังเลือกตั้ง 66 ถอนรากถอนโคนเผด็จการ เผยทามไลน์แคมเปญ ‘โหวตเพื่อเปลี่ยน’ เริ่ม 3 เม.ย.นี้ ประกาศชุมนุมใหญ่วันโหวตนายกฯ
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กรุงเทพฯ กลุ่มราษฎรและแนวร่วม นำโดย น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ และ น.ส.เบนจา อะปัญ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร โฆษกกลุ่มวีโว่ และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมแถลงเดินหน้าก้าวต่อไปของฝ่ายประชาธิปไตย ในแคมเปญ “โหวตเพื่อเปลี่ยน” (Vote for Change) เพื่อเสนอทิศทางการเมืองไทย ต่อพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย องค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในการเลือกทั่วไป พ.ศ.2566 ซึ่ง กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมนี้
ต่อมานายสมยศกล่าวว่า แคมเปญ ‘โหวตเพื่อเปลี่ยน’ เป็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนไม่ใช่พรรคการเมือง เราปรารถนายิ่งกว่าการเลือกตั้งและปรารถนายิ่งกว่าพรรคการเมือง เพราหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่าปรารถนาให้มีการเปลี่ยนแปลงจากเผด็จการ วันนี้เราต้องการให้การเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เราคาดหวังไปถึงขั้นที่จะถอนรากถอนโคนเผด็จการทหาร ดังนั้น เราจึงปรารถนาว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะเป็นการโหวตเพื่อเปลี่ยนให้ได้ ตัวแปรที่เราเห็นว่าเป็นฐานรากที่ยังฝังตัวอยู่ในระบบการเมือง คือ 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เรายังไม่ไว้วางใจและยังมีความกังวลว่า กกต.ชุดนี้ยังเป็นผลผลิตของการรัฐประหาร ไม่ใช่แค่ที่มาของ กกต.แต่ยังมีพฤติกรรมที่เราสงสัย ไม่ไว้วางใจและกังวลใจว่าจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ โดยประเด็นสำคัญที่เราจะมีการเคลื่อนไหวกัน คือ เรื่องของระยะเวลาหลังนับคะแนนการเลือกตั้งนั้น กกต.ได้แถลงว่าจะทอดยาวไปถึงเดือนสิงหาคมถึงจะได้รัฐบาลประชาธิปไตย
ดังนั้นช่วงนี้จะทำให้เกิดช่องว่างเพราะเราดูจากการเลือกตั้งปี 62 เราจะเห็นว่าหลังจากนับคะแนนแล้วมีการถูกเตะถ่วงทางด้านเวลาทำให้เกิดการฉกชิงวิ่งราวการจัดตั้งรัฐบาลได้ 2.พรรคการเมือง แคมเปญของเราจะเดินหน้าต่อไปในการที่จะผลักดันพรรคการเมืองให้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องประชาธิปไตย คือ ด้านโครงสร้างทางการเมือง 3.ส.ว.ซึ่งเราก็พูดมาแล้วว่าเป็นตัวที่สืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร
“แคมเปญโหวตเพื่อเปลี่ยนจะไปตั้งต้นกันที่ 3 เมษายน 13.00 น. จะไปเรียกร้องประเด็นที่สำคัญมากและเป็นอนาคตของประชาธิปไตยของไทย สำคัญถึงขั้นที่เรียกว่าวันเวลาเดียวกันนี้จะมีกลุ่ม ศปปส.ไปด้วย ซึ่งเราจะมีข้อเรียกร้องของ กกต.ตั้งแต่กระบวนการทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสและบริสทุธิ์ยุติธรรมและการที่จะมีหลักประกันว่าไม่เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย
อีกประเด็นคือในการปราศรัยของแต่ละพรรคการเมืองเราจะไปเยือนรวมไปถึงการทำสัญญาประชาคม จนถึงวันเลือกตั้ง แต่ที่สำคัญขบวนการของเราไม่จบที่เลือกตั้ง ช่วงตั้งแต่การเลือกตั้งไปจนถึงโหวตนายกฯจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯ” นายสมยศกล่าว

