กลุ่มอนุรักษ์อุดร ประกาศ ไม่เอาพรรคการเมืองที่สนับสนุนเหมืองโพแทช
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี ถนนมิตรภาพ (อุดร-หนองคาย) บ.เม่น ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี นางมณี บุญรอด อายุ 76 ปี แกนนำกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มฯ พร้อมสมาชิกกลุ่มฯมากกว่า 200 คน ที่ร่วมกันต่อต้านเหมืองแร่โพแทชอุดรธานีเข้าปีที่ 21 มาร่วมตัวเดินเท้าส่งตัวแทน ขึ้นไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี ให้เพิกถอนประทานบัตรเหมืองแร่โพแทชของ บ.เอเชีย แปซิกฟิก โปรแตซ คอเปอร์เรชั่น จก. หรือ เอพีพีซี.

นางมณี บุญรอด กับพวกรวม 116 คน ได้มอบให้ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ฟ้องหน่วยงานรัฐ 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ , รมว.อุตสาหกรรม , คณะรัฐมนตรี , คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ , ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี , สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี , คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านเหมืองแร่ฯ และ สนง.นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สืบเนื่องระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. 2565 รัฐบาล “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้ทิ้งทวนก่อนยุบสภา โดยการอนุมัติโครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็ได้อนุญาตประทานบัตรการทำเหมืองใต้ดิน ให้แก่ บ.เอเซีย แปซิฟิค โปรแตช คอร์ปอเรชั่น จก.หรือ เอพีพีซี ในเครือ “อิตาเลียนไทย” จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 26,446 ไร่ โดยประทานบัตรมีอายุยาวนานถึง 25 ปี คือปี 2565-2590
แต่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี พบว่ากระบวนการในการขอประทานบัตร ไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงได้ดำเนินการฟ้องคดีปกครอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาและคำสั่ง ดังนี้ 1.พิพากษาให้ ประทานบัตรเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี ของ เอพีพีซี. ทั้ง 4 แปลง เป็นประทานบัตรที่ออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนประทานบัตรดังกล่าว 2.พิพากษาให้เพิกถอนกระบวนการขั้นตอน ที่มีการดำเนินการเพื่อพิจารณาประกอบการออกประทานบัตรทั้งหมด โดยให้มีผลนับแต่วันที่จัดทำเอกสาร
3.พิพากษาให้เพิกถอนรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเหมืองแร่โพแทชอุดรธานี ของ เอพีพีซี.ทั้ง 4 แปลง เนื่องจากได้ใช้ข้อมูลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ไปใช้ในการดำเนินการดังกล่าว และไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และ 4.พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็น อย่างแท้จริงบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และการทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการออกประทานบัตรของหน่วยงานราชการ
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นหลักการฟ้องศาลปกครอง คือยกเลิกประทานบัตรเหมืองโพแทชอุดรธานี เหตุผลคือเราเคยฟ้องไปเมื่อ 10 ปีก่อน เรื่องกระบวนการไต่สวนรังวัด ศาลฯท่านก็ชี้ชัดว่าให้กลับไปทำตาม พ.ร.บ.แร่ปี 2560 หรือฉบับใหม่ แต่ข้อมูลที่เรารับรู้คือยังใช้ “ข้อมูลเดิม” รวมไปถึง อีไอเอ. ที่ยังไม่มีการทำใหม่ ยกยอดไปว่าได้ทำแล้ว

นายสุวิทย์ กล่าวว่า กรณีมีการอ้างว่า ข้อมูลที่ทำเดิมเป็นไปตาม พ.ร.บ.แร่ปี 60 อยู่แล้ว มันมีความแตกต่างแทนไม่ได้ อาทิ การติดประกาศกฎหมายเก่าบอก 20 วัน กฎหมายใหม่บอก 3 เดือน ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิ ในการมีส่วนร่วมหรือคัดค้าน ที่ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด และการฟ้องครั้งนี้ทางชาวบ้านจะขอคุ้มครองชั่วคราวด้วย พร้อมกันนี้มีแผนจะรณรงค์ไม่เลือกพรรคการเมือง ที่สนับสนุนเหมืองแร่โพแทช ซึ่งก็พรรคการเมือง 1 พรรคออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยกับเหมืองโพแทช
นางมณี เปิดเผยว่า ฝากไปถึงบริษัทฯใหญ่ ให้ยกเลิกโครงการเหมืองแร่โพแทช เพราะชาวบ้านและชุมชนนี้ไม่เอา อย่ามาทำเลย แม้ว่าพวกแม่มณีฯจะตายไป เด็กๆที่โตขึ้นมาเขาก็สู้เหมือนเดิม ที่นี่คือมรดกของชาวบ้าน ไม่ใช่มรดกของคนอื่น มีไว้สำหรับทำกิน ไม่ใช่รัฐบาลจะมาตักตวงเอาผลประโยชน์ พวกแม่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับปุ๋ย แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ฝากไปบอกให้เข้าหยุดซิ วันนี้ก็มาที่ศาลปกครอง เราเคยฟ้องมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ชัดเจนแล้วว่าข้อมูลที่ใช้มันก็เท็จทั้งหมด หากจะทำต่อไปนี้ก็ต้องให่ประชาชนรับรู้ทุกกระบวนการ ไม่ใช่เหมือนที่รัฐบาลอนุมัติให้ทำ
นางมณีกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใด เอาประเด็นเหมือนแร่โพแทชมาหาเสียง มีแต่มาแนะนำตัวว่าอยู่พรรคนั้นพรรคนี้ แต่พรรคไหนก็ช่างไม่สนใจ ก็เพราะพรรคการเมืองนี่หละ ที่ทำให้ตนเองและชาวบ้านเดือดร้อน จะไปใช้สิทธิเลือกดตั้วแน่นอน แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน หรือใคร หากมีพรรคไหนประกาศหนุนเหมืองโพแทชก็จะไม่เลือก หรือแม้ไม่ประกาศเราก็รู้อยู่ในใจแล้ว

