หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่ อุบ 4...

บิ๊กตู่ อุบ 4 เม.ย. พาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รทสช.ไปสมัครหรือไม่

29.03.23 | 18:10 น.

บิ๊กตู่ อุบ 4 เม.ย. พาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รทสช.ไปสมัครหรือไม่ ‘เมิน’ ยงยุทธ เสนอทางออกกลืนเลือดคนละก้อน ยันไม่ใช่ตัวขัดแย้ง วอนอย่าขยายความย้ายศาสนา ไม่เป็นความจริง

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO 2028 Phuket Thailand ว่า ขณะนี้อยู่ขั้นตอนระหว่างการหาเสียงจาก 171 ประเทศสมาชิก และตอนนี้มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ ซึ่งก็ต้องหาเสียงต่อเพื่อให้ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบ ถ้าได้เป็นเจ้าภาพก็ถือเป็นโอกาสของประเทศไทย ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญโดยเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้งด้วย ก็ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ไม่เช่นนั้นทุกอย่างไม่ใช่จะเพียงไม่ได้ตรงนี้ แต่ทุกอย่างจะไปด้วยทั้งหมด วันนี้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น อย่างเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ตนได้ไปเดินงานมอเตอร์โชว์ ประชาชนส่วนหนึ่งก็มีความสุข สิ่งที่รัฐบาลยังเป็นกังวลอยู่ก็คือกลุ่มประชาชนที่ยังมีรายได้น้อยก็ยังมุ่งหวังว่าจะทำให้ดีขึ้นตามงบประมาณที่มีอยู่ วันนี้ถือว่าประเทศไทยก้าวมาไกลพอสมควร ซึ่งยังคงต้องก้าวต่อไป เราต้องทำให้ประเทศมีเอกภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย วันนี้เรามีความพร้อมในเกือบทุกด้าน

เมื่อถามว่า วันที่ 4 เมษายน ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ จะเดินทางนำว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปสมัครด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เดี๋ยวขอคุยหารือกับพรรคก่อน วันนี้ยังคุยกับพรรคอยู่ ซึ่งขณะนี้ทางพรรคกำลังทำอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการจัดลำดับต่างๆ เสร็จแล้วจะต้องมาหารือกันกับตนในเรื่องของการเลือกตั้ง ตนไม่อยากพูดในวาระตรงนี้เพราะบทบาทตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในทำเนียบรัฐบาล แต่ยืนยันว่าเราต้องช่วยกันทำให้ประเทศชาติไปรอดไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่อย่าคิดว่ามันง่ายนักในการที่จะทำอะไรต่างๆ ก็ตาม จะให้เป็นดั่งใจที่คิดมันไม่ง่ายนักหรอกในวันนี้ โลกจับตามองทุกอย่าง ส่วนดีๆ เรามีเยอะอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายยงยุทธ​ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ เสนอทางออกประเทศแก้ความขัดแย้ง โดยระบุว่า “ให้กลืนเลือดกันคนละก้อน” หลังนายทักษิณ ชินวัตร​ อดีตนายกฯ​ ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมารับโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากพูดอะไรก็พูดไป เมื่อถามอีกว่า อยากให้นายทักษิณกลับมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีความเห็น

Advertisement

“อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ส่วนตัวยังไม่มีความเห็นอะไร ก็คิดกันเอาแล้วกัน แล้วทั้งหมดผมไม่ได้เป็นตัวความขัดแย้ง ผมก็เข้ามาแก้ไขความขัดแย้งทุกคนก็เห็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครจะพูดอะไรก็พูดไป ประชาชนก็แยกแยะกันเอาเอง สื่อก็ช่วยแยกแยะด้วยแล้วกัน ถ้าเอาทุกคำพูดมาเป็นประเด็น ก็ทะเลาะกันทั้งวันนั้นแหละ โต้กันไปโต้กันมา เพราะฉะนั้นผมไม่พูดเสียดีกว่า”

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เฮ้อ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของผม แต่ทุกอย่างเขาก็มีการชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือ จะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ก็มันเรื่องของผม แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่แต่ใช้อำนาจอย่างเดียว อยู่มา 4 ปีใช้อำนาจได้เต็มที่ได้ที่ไหนล่ะ ผมก็สามารถประคับประคองพรรครวมทำงานได้หมดทุกกระทรวง 36 คน แล้วผมไปใช้อำนาจบังคับเขาตรงไหน ผมรู้กาลเวลาและกาลเทศะในการทำงาน รู้ถึงบทบาทหน้าที่ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งก็ขอให้เบาๆ หน่อยโอกาสของเราจะหายไปทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่หรือไม่อยู่มันไม่ใช่ ไอ้นั่นก็เป็นเรื่องของผม เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป แต่สำคัญที่สุดคือประเทศชาติต้องอยู่ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอบคุณทุกคนขอบคุณสื่อ”

เมื่อถามว่า วันที่ 30 มีนาคม มีภารกิจช่วงบ่ายที่จะไปร่วมกิจกรรมของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ เนื่องจากมีรายงานว่านายกฯ จะลาราชการในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์หันไปถามคณะทำงานพร้อมกล่าวว่า เดี๋ยวขอเช็กอีกที ทำไม สื่อจะตามไปด้วยหรือ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชี้แจงว่าจากการเดินทางไปเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1444 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอย่าลืมว่าประเทศไทยเรามีศาสนาหลักอยู่ 5 ศาสนา ซึ่งรัฐบาลก็ต้องดูแลทุกศาสนาให้อยู่กันอย่างสันติสุข เพราะทุกศาสนาก็มีส่วนที่ดีอยู่แล้ว ทำให้สังคมมีความสุขอยู่กันอย่างพหุวัฒนธรรม แต่ก็ยังมีหลายคนไปพูดว่าช่วงนี้ตนไปงานที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามบ่อยๆ คงจะไปเป็นสมาชิกของเขาไปแล้ว ไปพูดอย่างนี้ไม่ได้ ทำให้เสียหายกับประเทศ

“และผมก็ยืนยันว่าผมนับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่เกิดตั้งแต่ปู่ย่าตายาย พ่อ แม่ ภรรยา ลูก ก็นับถือศาสนาพุทธ และยังพยายามมีการไปบิดเบือนในสังคมโซเชียล จึงขอยืนยัน แต่ผมเคารพในทุกศาสนาของแต่ละคน เราต้องเคารพซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง ผมให้เกียรติกับทุกคน และวันเดียวกันนี้จะมีอีกหนึ่งคณะที่เดินทางมาจากภาคใต้มาพบผม เดี๋ยวก็จะไปพูดกันอีกว่านายกฯจะเปลี่ยนศาสนาซะอีกแล้ว ก็ขอร้องสื่ออย่าไปขยายความให้กับเรื่องเหล่านี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว