‘บิ๊กตู่’ แจงวุ่นไม่ลง ส.ส.อ้าง รธน.เปิดช่อง-เป็นเรื่องส่วนตัว ภท.เคาะ ‘อนุทิน’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ด้าน ‘เศรษฐา’ ทวีตยึดโยง ปชช.
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีไม่ลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ว่า “เฮ้อ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของผม แต่ทุกอย่างเขาก็มีการชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือ จะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ก็มันเรื่องของผม แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่แต่ใช้อำนาจอย่างเดียว อยู่มา 4 ปีใช้อำนาจได้เต็มที่ได้ที่ไหนล่ะ ผมก็สามารถประคับประคองพรรคร่วมทำงานได้หมดทุกกระทรวง 36 คน แล้วผมไปใช้อำนาจบังคับเขาตรงไหน ผมรู้กาลเวลาและกาลเทศะในการทำงาน รู้ถึงบทบาทหน้าที่ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งก็ขอให้เบาๆ หน่อยโอกาสของเราจะหายไปทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่หรือไม่อยู่มันไม่ใช่ ไอ้นั่นก็เป็นเรื่องของผม เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป แต่สำคัญที่สุดคือประเทศชาติต้องอยู่ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอบคุณทุกคน ขอบคุณสื่อ”
ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถึงการจัดทำไพรมารีโหวตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในการเลือกตั้ง ทั้ง ส.ส.แบบระบบเขต และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า ในส่วนของรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ทั้ง 400 เขต ของพรรค ภท. ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 90% ขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา แล้วสรุปเสนอไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมนี้ ส่วนรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ล่าสุดได้ครบ 100 คนแล้ว โดยลำดับที่ 1 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ส่วนที่เหลืออีก 98 คน ใช้รูปแบบการเรียงลำดับตัวอักษร หลังจากนี้ก็จะเข้ากระบวนการส่งให้คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคตามลำดับ เพื่อพิจารณาเรียงลำดับผู้สมัครตั้งแต่หมายเลข 3-100 ต่อไป ซึ่งต้องเสร็จก่อนวันที่ 3 เมษายนนี้
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่า ช่วงนี้มีคนถามเยอะเรื่องสถานะของตนกับการตัดสินใจไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ จึงขอใช้พื้นที่นี้ในการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน จุดยืนของตน ตนตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่บริหาร โดยนำนโยบายที่ได้หาเสียงร่วมกับการออกกฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติที่ประกอบไปด้วย ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และพวกเราทุกคนมีจุดยืนที่จะทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องในฐานะผู้แทนประชาชนแต่ประการใด
“หากผมถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งผ่านขั้นตอนการสรรหาจากกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค นั่นคือสิ่งแสดงว่าผมยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตัดสินใจว่าหากต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือก ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยครับ ผมไม่ได้ลอยมาจากไหน และทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดขึ้นครับ” นายเศรษฐาระบุ

