‘หมอมิ้ง’ มองปัญหาการศึกษาเรื่องใหญ่ พท.ชูแพลตฟอร์ม Learn to Earn ผู้เรียนหารายได้ได้

30.03.23 | 18:39 น.

‘เพื่อไทย’ ชูนโยบายสร้างแพลตฟอร์มการศึกษา ‘Learn to Earn’ เพิ่มความรู้-รายได้ ลดเหลื่อมล้ำ!

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดเวทีให้พรรคการเมือง 10 พรรค ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจอยากเห็น และเสนอนโยบายพรรค

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย (พท.) ตอบคำถามประเด็นนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาของไทย พรรคเพื่อไทยมองอย่างไร และการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และสังคม รวมถึงนโยบายสิ่งแวดล้อมต่างๆ มีนโยบายอย่างไร

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นกำลัง หรือการวางแผนในอนาคต วิธีคิดในนโยบายพรรคคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนเพื่อหารายได้ โดยพื้นฐานประเทศไทยมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่อยู่ในระบบดิจิทัลนำมาใช้ โดยจะแบ่งเป็น 4 ตอน คือ 1.วัดความสามารถของประชาชน 2.เรื่องโปรแกรมบทเรียนหรือคอร์สแวร์ (Course ware) แบ่งการเรียนเป็น 2 ส่วนคือออนไลน์และออฟไลน์ ส่วนของออนไลน์จะมีเว็บไซต์สำหรับเรียนในประเทศ และต่อยอดการเรียนต่างประเทศ

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า 3.เสริมสร้างการเรียนไม่สิ้นสุดด้วยฐานข้อมูลช่วยเพิ่มทักษะเพื่อรีสกิลและอัพสกิล และ 4.เพิ่มการหารายได้ ซึ่งทั้งหมดเรียกแพลตฟอร์มนี้ว่า แนวคิด Learn to Earn จึงเป็นการสนับสนุนทั้งทุนระยะยาวรูปแบบเดิม และทุนระยะสั้น หรือกิจกรรมเสริมสร้างทักษะให้ผู้เรียนสามารถนำไปสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นระบบที่ไม่ใช่รูปใหม่ เพราะประเทศสิงคโปร์ได้ทำมาแล้วคือสกิลฟิวเจอร์ที่ประสบความสำเร็จ โดยพรรคจะผลักดันให้เกิดขึ้น

Advertisement

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า โดยมีวิธีการคือจะสร้างคนตั้งแต่เด็ก ไม่จำกัดอายุ เพราะการเรียนรู้สามารถเรียนได้ตั้งแต่เด็ก และเนื้อหาครอบคลุมถึงผู้ใหญ่สามารถเรียนเพื่อรีสกิลและอัพสกิลตนเองได้ ซึ่งข้อมูลการเรียนสามารถเสริมรายได้กับงานที่ทำผ่านระบบไอทีผ่านคอมพิวเตอร์

นพ.พรหมินทร์กล่าวอีกว่า ขณะที่ประเด็นความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่ เศรษฐกิจจะดีขึ้นตั้งแต่โครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากจนถึงเศรษฐกิจด้านบน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องยกระดับขึ้นมาเป็นระบบจากล่างขึ้นบน โดยหัวหอกสำคัญคือเรื่องอุตสาหกรรมที่ไทยต้องเชี่ยวชาญและมีจุดแข็ง โดยที่การผลักดันอุตสาหกรรมจะไม่เดินทางแบบมั่วๆ

“พรรคได้พูดคุยกับสภาหอการค้าไทย กล่าวถึงไทยมีโอกาสที่จะเดินไปอยู่แนวหน้า ทำไมไม่ทำประเทศไทยให้เป็นเรื่องของแพคเกจจิ้ง หรือเรื่องของเทสติ้งไฮเทค อย่างไรก็ตาม การลดความเหลื่อมล้ำได้ยกจากด้านล่าง ซึ่งนโยบายที่เป็นแพคเกจพรรคคำนึงถึงการมีรายได้ในทุกเซ็กเตอร์ เช่น เกษตรกร จะสามารถเพิ่มรายได้ 3 เท่า ค่าแรงที่ตั้งเป้าหมายไว้ นั่นคือเป้าหมายที่ทำด้วยกันกับไตรภาคี ซึ่งได้ปรึกษาหารือกับองค์กรแล้ว หากท่านไม่โต เราก็ไม่โต เพราะพรรคถือว่ารัฐคือผู้ถือหุ้น 20% ของกำไรเอกชน เราคือผู้ถือหุ้น เพราะฉะนั้น เราต้องทำให้ท่านเติบโตในภาคเอกชน ‘ไปด้วยกัน โตด้วยกัน'” นพ.พรหมินทร์กล่าว

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยชูหลักคิดรัฐถือเป็นผู้ถือหุ้นของผู้ประกอบการทั้งหมดของภาคเอกชน เพราะรัฐเก็บภาษี 20% ของกำไรในภาคเอกชน ซึ่งผู้ที่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งผลกำไรคือผู้ถือหุ้น ดังนั้น ผู้ถือหุ้นสำคัญจะต้องมีบทบาท มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องทำงานให้กับภาคเอกชน ดังนั้น สิ่งสำคัญและเชื่อว่าเป็นอุปสรรคมาโดยตลอดก็คือภาครัฐที่เป็นอุปสรรค

นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ในฐานะพรรคเพื่อไทยจะพลิกบทบาทจากรัฐอุปสรรคมาเป็นรัฐสนับสนุน และขับเคลื่อนทุกกลไก เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมกันและมีประสิทธิภาพ โดยพรรคจะร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ 2.เจรจาต่างประเทศ เพื่อหาตลาด-การลงทุน เพื่อเสริมจุดแข็งขจัดจุดอ่อน 3.สนับสนุนการผลิตใน 4 ด้าน การลงทุน การเงิน ต้นทุนพลังงาน และเพิ่มผลิตภาพ 4.ลดภาระ-พัฒนาโครงข่ายการจนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ รวมถึงลดต้นทุน 5.ขจัดอุปสรรคกฎหมาย-ขั้นตอน และ 6.สร้างธุรกิจใหม่ (New Business Zone) ส่งเสริมนวัตกรรมการใช้เทคโนโลยีนำร่อง 4 แห่ง อาทิ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่