การได้มาซึ่งตำแหน่งทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่าย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ว่าจะเป็นระบบเขตหรือระบบบัญชีรายชื่อ ต่างต้องแสดงผลงานตัวเองให้พรรคยอมรับและพร้อมสนับสนุนให้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง หลายคนสมหวังแต่อีกหลายคนผิดหวัง ซึ่งเชื่อว่าสังคมรับทราบเรื่องนี้จากข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นก่อนวันรับสมัคร นับตั้งแต่สมาชิกพรรคหนึ่งขอย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่งด้วยเหตุผลว่าพรรคเดิมไม่ส่งลง ส.ส. หรือล่าสุดความเคลื่อนไหวต่อรองขออันดับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ใกล้หมายเลข 1 ที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้เป็น ส.ส.หลังเลือกตั้ง
สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละพรรคก็ต้องสามารถพิชิตใจกรรมการของแต่ละพรรคการเมือง โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมีทั้งบุคคลที่เป็นแกนนำของพรรคการเมืองนั้น และยังมีบุคคลที่พรรคการเมืองเชิญมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคตัวเอง แต่ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากพรรคการเมืองที่สนับสนุนจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ยังต้องได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งยังมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย แม้ว่าที่มาของวุฒิสภาจะมาจาก คสช. ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็ตาม ดังนั้น การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ขณะนี้เริ่มมีคำถามตามมาว่า ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องสมัครรับเลือกตั้งด้วยหรือไม่ บางพรรคยืนยันว่าควรจะเป็น ส.ส.ด้วย บางพรรคเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.ก็ได้ เพราะกฎหมายมิได้กำหนด เท่ากับว่าเปิดช่องให้ตัดสินใจ คือ จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ก็ได้ ส่วนการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะกระทบต่อความนิยมในตัวพรรคการเมืองและผู้ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นกับประชาชน ซึ่งจะแสดงออกในการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้
การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.ส. เพราะต้องการนายกรัฐมนตรีมีที่มายึดโยงกับประชาชน ไม่ต้องการให้คนนอกที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนอาศัยพวกมากลากไปนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้ประชาชนไม่มีหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีจะเหลียวแล แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และร่วมรณรงค์หาเสียงกับพรรคการเมืองด้วย ดังนั้น ประเด็นนายกรัฐมนตรีควรจะมาจาก ส.ส.หรือไม่ยังคงน่าศึกษาว่ากฎเกณฑ์ใดที่จะให้หลักประกันประชาชนได้ว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ดูดายประชาชน และการศึกษาดังกล่าวน่าจะมีผลต่อเนื่องไปถึงการขับเคลื่อนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งต่อไป เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าหลังการเลือกตั้ง ส.ส. เราจะได้นายกรัฐมนตรีที่เป็นของคนไทยทุกคน

