กาง‘กติกา-มารยาท’ ลงสมัครชิงชัย ส.ส.
สัปดาห์หน้านับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของพรรคและนักการเมือง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเริ่มเปิดรับสมัครว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต ในวันที่ 3-7 เมษายน ถัดจากนั้นพรรคการเมืองจะต้องส่งรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดรับสมัคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง
ส่วนต่างจังหวัด อาทิ จ.เชียงใหม่ ใช้หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อบจ.เชียงใหม่ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่รับสมัคร
จ.ขอนแก่น ใช้ศาลาประชาคมขอนแก่น ด้านข้างศาลากลางจังหวัด ส่วน จ.ชลบุรี ใช้ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี และ จ.สงขลา
ใช้ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สนามกีฬาติณสูลานนท์
ในวันรับสมัครอีเวนต์ที่ขาดเสียไม่ได้ แทบเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว นั่นคือสีสันของกลุ่มกองเชียร์แฟนที่มาร่วมลุ้นหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.
สิ่งที่ต้องรับรู้ก็คือ ก่อนยื่นหลักฐานการสมัคร กลุ่มผู้สนับสนุนแต่ละพรรคสามารถชูป้าย ส่งเสียงเชียร์ เปิดเพลงหาเสียง (แต่ต้องเป็นเพลงที่ตัวเองแต่งขึ้นเอง)
จนเมื่อผู้สมัคร ส.ส.ได้รับหมายเลขประจำตัวสำหรับใช้หาเสียงมาแล้ว กฎหมายห้ามจัดแสดงมหรสพ ร้องเพลง จัดขบวนกลองยาว ปี่พาทย์ นั่งรถแห่
หาเสียงเด็ดขาด แม้แต่เผอเรอไปซื้อน้ำ ขนม จัดเลี้ยงอาหารให้แก่ผู้สนับสนุนและกองเชียร์ที่มาร่วมงานเป็นอันขาด เพราะจะเข้าข่ายให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งทันที
ยกเว้นบุคคลเหล่านั้นจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยหาเสียง ตามที่แจ้งรับแต่งตั้งไว้กับทาง กกต.ประจำจังหวัด และ กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร
หากเกิดเหตุการณ์ที่กระทำผิดขึ้นมา การแก้ตัวจะฟังไม่ขึ้น เพราะผู้ช่วยหาเสียงแต่งตั้งได้เพียง 20 คนเท่านั้น ขืนฝ่าฝืนมีโทษหนัก
จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ รวมทั้งให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
พูดถึงหมายเลขประจำตัวของ ส.ส.ทั้งสองระบบ ถือว่ามีความสำคัญสำหรับจดจำเข้าคูหาไปกา “คนที่รัก พรรคที่ใช่”
เบอร์ที่น่าจะเป็นที่หมายปอง น่าจะเป็นเลขตัวเดียวตั้งแต่ 1-9 เพราะจำง่าย ยิ่งไม่เกิน 1-5 ยิ่งดีใหญ่ สามารถใช้มือเดียวเป็นสัญลักษณ์ได้ง่าย ไม่สับสน หรือถ้าเป็นเลขเบิ้ลก็พอ
กล้อมแกล้มไปได้เหมือนกัน
เสียดาย ถ้าเปิดประมูลเลขสวยเหมือนทะเบียนรถ คงได้เงินเข้าหลวงอยู่ไม่น้อย
การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ กติกาเปลี่ยนแปลงจากบัตรลงคะแนน 1 ใบ มาเป็น 2 ใบ แบ่งเป็นบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชี
รายชื่อ จะไม่ใช่เบอร์เดียวกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้เบอร์เดียวกันทั้ง 2 ใบ หากมือเฮงจับสลากออกมาแล้วได้หมายเลขเดียวกัน …ถือว่าฟลุคสุดสุด
มาว่ากันถึงกระบวนการยื่นสมัคร
ผู้ประสงค์จะลงชิงชัย ส.ส.ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เอกสารต้องครบถ้วนสมบูรณ์ทุกรายการ อาทิ ใบสมัคร หนังสือรับรองการส่งผู้สมัครของหัวหน้าพรรค หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลัง 3 ปี ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท การรับสมัคร ส.ส.ครั้งนี้ กกต.ขอความร่วมมือว่าต้องใช้เป็นเงินสดเท่านั้น
ตั๋วแลกเงิน และแคชเชียร์เช็ค ไม่รับ
หากเจ้าหน้าที่พบว่าผู้สมัครคนใดเอกสารไม่ครบ ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะให้ผู้สมัครกลับไปเตรียมเอกสารแล้วนำกลับมายื่นใหม่ภายหลัง ไม่สามารถรับสมัครไว้ก่อนได้
สิ่งสำคัญ ผู้ประสงค์จะลงสมัครต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตัวเองว่า ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะหากสมัครไปแล้วจะถอนสมัครการรับเลือกตั้งไม่ได้
ภายหลังเกิดตรวจสอบพบว่าเจ้าตัวรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติ แต่ยังมาฝืนยื่นจะมีความผิดทางกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอาญา
สำหรับความพร้อมของผู้คุมกติกา แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่า มีความพร้อมในการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
เรียบร้อยแล้ว ได้ซักซ้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือพรรคการเมืองที่จะมาสมัคร รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมืองและผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก แบบแบ่งเขต
จะเริ่มรับสมัครวันที่ 3-7 เมษายน เวลา 08.30-16.30 น. ส่วนแบบบัญชีรายชื่อ
เริ่มรับสมัครวันที่ 4-7 เมษายน เวลา 08.30-16.00 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา
เขตดินแดง กรุงเทพฯ
ขณะที่ วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ระบุว่า ขณะนี้ กกต.เริ่มจัดสถานที่รับสมัคร ส.ส.แล้ว โดย จ.ชลบุรี ใช้ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี เป็นสถานที่รับสมัคร ยืนยันว่ามีความพร้อมเต็มที่ เพราะมีการซักซ้อมแผนงานกับทุกหน่วยงานไว้แล้ว
สิ่งที่อยากเน้นย้ำผู้สมัคร กลุ่มกองเชียร์และแฟนคลับ อย่าทำผิดกฎหมายเด็ดขาด โดยเฉพาะการขึ้นรถแห่หาเสียง การจัดเลี้ยง เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดย กกต.จัดเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเฝ้าระวัง และได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย
หากผู้สมัครผ่านตามกฎ-กติกาข้างต้น
ดังกล่าว ถือเป็นการเริ่มเทศกาลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
ส่วนใครจะเข้าวินเป็น ส.ส.สมใจ ไปรอลุ้นกันวันที่ 14 พฤษภาคม

