‘นิพิฏฐ์’ เปิดศูนย์ พปชร.เขต 8 เมืองคอน ย้ำชูนโยบาย เลือกพรรคที่เป็นรัฐบาลเท่านั้น
วันที่ 31 มีนาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ เขต 8 พร้อมเปิดตัวนายสุนทร รักษ์รงค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.เขต 8 นครศรีธรรมราช โดยมีพระอาจารย์สถิต กาญจนะ (อาจารย์แบน) เจ้าคณะอำเภอทุ่งใหญ่ รักษาการเจ้าอาวาสวัดจันดี ทำการเจิมป้ายศูนย์ประสานงานและรถแห่

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ผมมาสะดุดชื่อ นายสุนทร ลูกชาวบ้าน โดยความหมายแล้ว คำว่าลูกชาวบ้านนั่นหมายถึงเป็นลูกของประชาชน ไม่ใช่เป็นลูกของใครคนหนึ่ง ผมคัดเลือกคนมาลง ส.ส.คนผู้นั้นต้องมีความเป็นผู้นำ กล้า อาสา เป็นนักต่อสู้เพื่อส่วนรวม ถือว่าบุคคลนี้ เป็นตัวเลือกอีกทางหนึ่งของประชาชน
ผมจึงชวนให้ประชาชนในพื้นที่มีความกล้าที่จะเปลี่ยน และหลุดออกจากวงจรของบ้านใหญ่ บ้านที่ชี้เป็นชี้ตายของการเลือกตั้ง จะลง ส.จ. กำนัน นายก ก็ต้องไปขอความช่วยเหลือ ถึงเวลาคนนครต้องเปลี่ยนด้วยการเป็นกบฏ ไม่เลือกคนบ้านใหญ่
เมื่อถามว่า ยังคงมั่นใจว่านครศรีธรรมราชจะได้ ส.ส.ครบทั้ง 10 คนหรือไม่ นายนิพิฏ์ฐ์กล่าวว่า ถ้าเปรียบการชกมวย เริ่มยกหนึ่ง สำคัญกว่านั้นก็คือ เรามีบุคคลที่สำคัญ และเป็นที่ยอมรับนับถือของนครศรีธรรมราชเข้ามาช่วยเยอะ อันนี้มันเลยเป็นขวัญเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัคร และคนที่เข้ามาช่วยเราในระยะหลัง ก็เคยมีผลงานทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะในครั้งที่แล้ว

“อยากจะบอกทั้งภาคใต้ เที่ยวนี้ขอให้เลือกรัฐบาล ต้องเลือกรัฐบาล ท่านจะชอบผม ไม่ชอบผม จะชอบพลังประชารัฐ หรือไม่ชอบพลังประชารัฐ ก็แล้วแต่ ผมฟันธงได้เลยว่าเที่ยวนี้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจะไม่เห็นว่าบิ๊กป้อมเดินไปกินข้าวกับหัวหน้าพรรคอื่น มีแต่หัวหน้าพรรคอื่นเดินเข้ามากินข้าวกับบิ๊กป้อม เป็นรัฐบาลแน่นอน เราเป็นฝ่ายค้านมายาวนานแล้ว แล้วพี่น้องประชาชนต้องพูดต่อว่า เราเป็นรัฐบาลเราจะเสียหายอะไร มันมีแต่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเที่ยวนี้ต้องเลือกรัฐบาลเท่านั้น และประการสุดท้าย อันนี้เรายังเถียงกันอยู่ คือ น้ำมันลดแน่ เพียงแต่จะลดเท่าไหร่แค่นั้นเอง ผมยืนยันได้ว่า ราคาน้ำมันและแก๊สลดแน่นอน”
นายสุนทรกล่าวว่า นับจากเวลานี้เป็นต้นไป สุนทรจะลงพื้นที่ค่ำไหนนอนนั่น เช้าเดินหาเสียงพบปะชาวบ้าน ค่ำปักหลักที่วัด นัดผู้ใหญ่ กำนัน สารวัตร กลุ่มชาวบ้านมาพูดคุยแก้ปัญหา เพราะเคยเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม เคยนอนบนถนนมาแล้ว คิดว่าการนอนวัดน่าจะสบายกว่า โดยจะนัดแนะชาวบ้านมาพูดคุยสะท้อนปัญหากันที่วัดเลย

