‘ศุภชัย’ แจง ‘ศาลปกครอง’ สั่งกรมที่ดินตั้ง กก.สอบปมที่ดิน ‘เขากระโดง’ ยันรถไฟสายสีส้มมีวาระซ่อนเร้น ทวงถามความรับผิดชอบจากผู้ที่กล่าวหา ‘ศักดิ์สยาม’
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวหลังจากการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ว่าในที่ประชุมได้รับรองรายชื่อว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของเขตทั้งสิ้น 391 เขต จาก 400 เขต ซึ่งที่ประชุมของคณะกรรมการสรรหาได้มีการเห็นชอบในการดำเนินการของคณะไพรมารีโหวตอย่างถูกต้องครบถ้วน และส่วนของเขตที่เหลืออีก 9 เขต พรรคก็จะได้มีการขยายเวลาการรับสมัครเพื่อที่จะได้ให้มีผู้สมัครมาเพิ่มเติม
สำหรับรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ทางคณะกรรมการบริหารพรรคได้พิจารณา และได้มีการจัดเรียงลำดับผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว และจะมีการเปิดเผยในวันที่ไปยื่นสมัครการเลือกตั้ง (วันที่ 4 เมษายน)
ต่อกรณีศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายกฟ้องคดีที่บริษัท BTSC ฟ้องล้มการประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม โดยศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าการดำเนินการเป็นไปโดยสุจริตไม่เลือกปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุน
“การที่ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การยกเลิกประกาศเชิญชวน และการยกเลิกการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนมิได้เป็นไปโดยอำเภอใจ และการยกเลิกเป็นไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ระหว่างรัฐและเอกชนตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ซึ่งถือเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ และเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย” นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการทุจริตตามที่มีความพยายามของบุคคลบางคน หรือบางกลุ่มกล่าวหา โดยเฉพาะที่กล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคอยู่ด้วย วันนี้คำพิพากษาของศาลแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการตั้งแต่ต้นเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนตามกฎหมาย การกล่าวหาเรื่องการทุจริต กล่าวหาว่ามีการได้ประโยชน์ ได้รับเงินมาจำนวน 30,000 ล้านบาท มีการโอนเงินไปต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่เป็นการกล่าวหาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งทำให้พรรคภูมิใจไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เสียหาย
“ในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง หรือผู้ที่ไปบริหารราชการในกระทรวงแต่ละกระทรวง พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติในยุค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าไปกำกับดูแล และเข้าไปร่วมปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหลายเรื่อง เช่น การแก้ปัญหาเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์ ห้าหมื่นล้านบาท การแก้ไขปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งสามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการจะยกสัมปทานให้กันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน”
นายศุภชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องรถไฟสีส้ม ผู้ที่ฟ้องคดี BTSC ไม่ได้เป็นผู้ที่ยื่นประมูล วันนี้การที่มีการฟ้องคดีแล้วกว่าที่ศาลจะตัดสินทำให้โครงการดำเนินการไปด้วยความล่าช้า ประชาชนในกรุงเทพฯและทั่วประเทศจะต้องได้รับผลกระทบจากความล่าช้าตรงนี้ ประเทศชาติได้รับความเสียหาย เพราะมีเรื่องของการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเพื่อที่จะมาดำเนินการ ซึ่งมีวาระซ่อนเร้นอยู่ เรื่องนี้ต้องถามหาความรับผิดชอบจากทั้งนักการเมือง ทั้งบุคคลอื่นที่นำมาโจมตีใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย และบุคลากรพรรคภูมิใจไทย ความเสียหายเหล่านี้จะตอบสังคมอย่างไร และเรื่องนี้จะต้องมีการดำเนินการกันต่อไป
นายศุภชัยกล่าวต่ออีกว่า สำหรับคดีระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกรมที่ดิน ในกรณีที่ฟ้องต่อศาลเรื่องที่ดินเขากระโดง ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยว่ากรณีที่กรมที่ดินมีหน้าที่ต้องดูแลที่ดินของแผ่นดิน ต้องมีหน้าที่เข้าไปปกป้องคุ้มครองดูแล และจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าที่ดินทั้ง 700+200 กว่า รวมประมาณ 900 กว่าแปลงในเนื้อที่ 5,083 ไร่นั้นเป็นที่ดินของการรถไฟแต่ประการใด แต่ในกรณีที่กรมที่ดินจะต้องมีหน้าที่ไปการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกรมที่ดิน ซึ่งศาลเห็นว่ากรมที่ดินมีการละเลยที่จะไม่เข้าไปดูแลปกป้องตรงนั้น
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ศาลได้มีคำพิพากษามาก็คือมีคำสั่งให้กรมที่ดินไปดำเนินการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 ของประมวลกฎหมายที่ดิน คือ การที่จะต้องให้ไปดำเนินการในการพิสูจน์สิทธิว่าที่ดินแต่ละแปลง กรมที่ดินได้มีการออกเอกสารสิทธิให้ผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องของแต่ละแปลงไป ประมาณ 900 กว่าแปลง ในเนื้อที่ 5,083 ไร่ ไม่ได้หมายความที่ทำให้มีการเสนอข่าวไปในลักษณะบอกว่ากรมที่ดินแพ้คดี เพราะศาลตัดสินว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของการรถไฟ
ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของการวินิจฉัยพิพากษาโดยศาลชั้นต้นเท่านั้น คือศาลปกครองกลาง กรมที่ดินมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด อย่างไรก็ตาม ถ้าหากได้ทบทวนย้อนกลับไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นคนมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการในการฟ้องคดีกับกรมที่ดิน เพื่อแสดงให้เห็นว่า การรถไฟมีสิทธิในเอกสารในที่ดินตรงนี้หรือไม่อย่างไร กระบวนการตรงนี้เป็นการที่ดำเนินการโดยมอบหมายจากรัฐมนตรีมาโดยตลอด ไม่ได้เพิกเฉย แต่มีคนไปบิดเบือนว่าไม่ยอมใช้อำนาจ หรือใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ในการที่จะได้ที่ดินแปลงนี้มา
“ขอย้ำว่าการกล่าวหากรณีเรื่องของตระกูลชิดชอบ จริงๆ แล้วตระกูลชิดชอบอยู่ในพื้นที่ 1-3 แปลง จาก 900 กว่าแปลง ไม่ได้เกี่ยวกับนายชัย ชิดชอบ หรือว่าทางสนามอะไรก็ตามเข้ามาฮุบที่ดิน ซึ่งเป็นความบิดเบือน และก่อให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียงต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าที่ดินศาลชี้วินิจฉัยว่าที่ดินเป็นของการรถไฟ แต่เป็นการที่จะต้องพิสูจน์สิทธิ แปลงๆ ไป“
นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับการรถไฟในเรื่องนี้มีมายาวนาน 40-50 ปีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดนี้ประชาชนได้ที่ดินมาไม่สุจริต ความจริงเป็นเรื่องที่ได้ที่ดินมาโดยสุจริต กรมที่ดินจึงออกเอกสารสิทธิ แต่ในฐานะพรรคการเมืองจึงมีความเป็นห่วงว่า หากกรมที่ดินไม่ได้อุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด โดยยุติอยู่แค่นี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายที่ดินคือพิสูจน์แล้วที่ดินทุกแปลงที่ถูกพิสูจน์สิทธิจะต้องถูกอายัด จะไม่สามารถนำไปทำนิติกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ผลกระทบความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้ที่ดินมาโดยสุจริต ก็อยู่ที่กรมที่ดินจะตัดสินใจอุทธรณ์หรือไม่”
นอกจากนี้ นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับวันที่ 6 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของพรรคภูมิใจไทยที่จะย่างเข้าสู่ปีที่ 15 ในช่วงเช้าที่ทำการพรรค จะมีการทำบุญเลี้ยงพระตามประเพณี พร้อมกับจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 500 คนอีกด้วย

