09.00 INDEX ปัจจัย กำหนด อนาคต ประเทศ จะอยู่กับที่ หรือว่าต้อง “เปลี่ยน”

1.04.23 | 07:57 น.

09.00 INDEX ปัจจัย กำหนด อนาคต ประเทศ จะอยู่กับที่ หรือว่าต้อง ‘เปลี่ยน’

 

ไม่ว่าจะมองผ่านสร้อยคำอันตามมากับวลีที่ว่า “ปรับเปลี่ยน ไปต่อ” ด้วยคำ “ตัวตึง” ไม่ว่าจะมองผ่านสโลแกนที่ว่า “บทเปลี่ยนประเทศไทย” อันตามด้วยคำว่า New Gen

สัมพันธ์อย่างยิ่งยวดกับความปรารถนา “ก้าวข้าม” สัมพันธ์อย่างยิ่งยวดกับความปรารถนา “ไปต่อ”

เป็นความสัมพันธ์อันดำรงอยู่กับปมแห่ง “ความขัดแย้ง”

Advertisement

ยิ่งเห็นการนั่งแถลงข่าวของ “ทนายอานนท์” โดยมี “รุ้ง ปนัสยา” และ “น้องมายด์ ภัสราวลี” นั่งเรียงอยู่เคียงข้างหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน

ยิ่งทำให้ความปรารถนา “ก้าวข้าม” และความปรารถนา “ไปต่อ” มากด้วยความแหลมคม เนื่องจากคำประกาศหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของเขา

คือคำประกาศที่ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า คือการเลือกตั้งเพื่อ “การเปลี่ยนแปลง” ครั้งใหญ่ในสังคมประเทศไทย

คำถามก็คือ อะไรคือแนวโน้มและรูปแห่ง “การเปลี่ยนแปลง” ที่จะเกิดจากผลสะเทือนของ “การเลือกตั้ง”

คำตอบย่อมอยู่ที่การตัดสินใจของคนกว่า 53 ล้านคน

 

หากมองผ่านข้อมูลโดยพื้นฐานจากกรมการปกครอง กระทรวง มหาดไทย ณ เดือนธันวาคม 2565 พลเมืองไทยผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 53,067,207 คน

จากจำนวนนี้สถานีวิทยุ BBC แห่งสหราชอาณาจักร ได้จำแนกแยกย่อยออกมาเป็นกลุ่มๆ ให้เห็นสัดส่วน

อายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวนร้อยละ 12.80 ถือได้ว่าเป็นคนรุ่น Z อายุระหว่าง 26-41 ปี จำนวนร้อยละ 28.90 ถือได้ว่าเป็นคนรุ่น Y อายุระหว่าง 42-57 ปี จำนวนร้อยละ 30.80 ถือได้ว่าเป็นคนรุ่น X

อายุระหว่าง 58-76 ปี จำนวนร้อยละ 22.60 ถือได้ว่าเป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ อายุมากกว่า 77 ปีขึ้น จำนวนร้อยละ 4.90 ถือได้ว่าเป็นรุ่นไซเลนท์

เด่นชัดยิ่งว่าคนรุ่น X มีจำนวนมากที่สุด ร้อยละ 30.80

 

นี่ย่อมเป็นโจทย์อันทรงความหมายยิ่งที่ไม่เพียงจะชี้อนาคตทางการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หากแต่ยังชี้อนาคต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อย่างมีนัยสำคัญ

กระนั้น การเลือกและการตัดสินใจของ “พลเมือง” ก็จะกำหนดอนาคตของประเทศว่าจะเหมือนเดิมหรือว่าเปลี่ยน