สุทิน จี้ กกต.เร่งแก้ปมบัตรโหลเลือกตั้ง หวั่นเอื้อบางพรรค ติวผู้สมัครพท.แก้เกมหาเสียง ป้องกาสับสน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีกกต.จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีเฉพาะหมายเลข (เบอร์) ผู้สมัคร หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าบัตรโหลว่า ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้กกต.ทบทวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง แบบบัตรโหล เพื่อหวังให้ กกต.ได้ทบทวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ซึ่งควรจะเพิ่มรายชื่อ และโลโก้ของพรรคการเมืองเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สับสนป้องกันบัตรเสีย ส่วนที่เลขาฯกกต.ชี้แจงว่า การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัตรโหลยึดตามกฎหมายนั้น
“อยากให้กกต.ได้อ่านกฎหมายให้ครบทุกฉบับ รวมยึดเจตนารมณ์สูงสุดของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คือ ต้องทำให้การเลือกตั้งออกมาโปร่งใสและเที่ยงธรรมที่สุด ซึ่งการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้มีรายละเอียดโลโก้และชื่อพรรคเพิ่มเข้าไปด้วยจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเข้าไปเลือกผู้แทนราษฎร ได้ตรงตามเจตจำนงของประชาชน ป้องกันความสับสนและบัตรเสีย
เนื่องจากตามกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้ หมายเลขของผู้สมัคร ส.ส.เขต กับ หมายเลขของพรรคการเมืองหมายเลขจะไม่เหมือนกัน พรรค พท.ไม่อยากเชื่อมโยงว่าการจัดพิมพ์บัตรโหลเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบให้กับพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ จึงให้ กกต.ได้ฟังเสียงสะท้อนแล้วนำไปทบทวนเพื่อจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้้งให้ประชาชนไม่สับสน” นายสุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า หาก กกต.ยังยืนยันว่าต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัตรโหลมาใช้ในการเลือกตั้ง พรรค พท.จะต้องปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงเลือกตั้งอย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า พรรค พท.จะต้องเพิ่มการสื่อสารกับประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มากขึ้นทั้งผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียง
ทีมงานที่ร่วมลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับผู้สมัคร ส.ส. ต้องชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตัวผู้สมัครส.ส.เขต กับ พรรคการเมือง จะได้หมายเลขไม่เหมือนกันเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจจะสับสนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่เกิดตัวเลขบัตรเสีย เพราะจากสถิติในการเลือกตั้งแต่ละครั้งตัวเลขของบัตรเสียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกกต.ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ควรต้องออกแบบการจัดการเลือกตั้งให้มีตัวเลขของบัตรเสียมีสัดส่วนที่น้อยลง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนฉันทามติของประชาชนให้ได้มากที่สุด

