‘ปกรณ์วุฒิ’ หวั่นต่อไปบังคับใช้ ม.144 ไม่ได้จริง เตือน ‘เสี่ยหนู’ อย่าเพิ่งดีใจ ศาลไม่ได้ชี้ ‘ศักดิ์สยาม’ บริสุทธิ์
เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องสอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แปรญัตติงบประมาณปี 2564 เอื้อห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า คำวินิจฉัยของศาลเป็นบรรทัดฐานที่มีผลต่อไปถึงอนาคตเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 คือ ไม่ต้องการ ให้ ส.ส.หรือกรรมาธิการ (กมธ.) มีผลประโยชน์โดยทางตรงหรือทางอ้อมกับงบประมาณแผ่นดิน คำวินิจฉัยที่บอกว่าไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาการพิจารณา พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ ตนว่าอาจทำให้รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวไม่สามารถบังคับใช้ได้เลย เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะมีหลักฐานแน่นหนาในช่วงสั้นๆ ระหว่างการพิจารณางบ จะต้องพิสูจน์กันจนสิ้นสงสัย รวบรวมหลักฐานจนเเน่นหนามั่นใจถึงจะฟ้องร้องและใครที่โดนลงโทษโดยมาตรานี้ถ้ามีระยะเวลาการพิจารณาที่สั้นแค่นั้น ตนว่าจะไม่ยุติธรรมกับคนนั้นเช่นกัน
นายปกรณ์วุฒิกล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ระบุถึงกรณีศาลไม่รับคำร้อง เป็นการแสดงว่านายศักดิ์สยามบริสุทธิ์ พร้อมทั้งขู่จะฟ้องกลับผู้ร้องว่า คำวินิจฉัยของศาลที่ไม่รับคำร้องเป็นเทคนิคทางกฎหมาย ศาลไม่ได้บอกว่านายศักดิ์สยามบริสุทธิ์หรือกระทำผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้ เนื่องจากว่าเห็นว่า บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ไม่อยู่ในช่วงเวลาที่จะพิจารณาได้ กรณีนี้จึงไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าใครบริสุทธิ์หรือกระทำผิด กรณีที่จะพิสูจน์ว่า กระทำผิดหรือบริสุทธิ์ ยังอยู่ในคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้นายศักดิ์สยามหยุดปฏิบัติหน้าที่ คำร้องนั้นจะมีการวินิจฉัยต่อไปในอนาคต รวมถึงยังมีสำนวนคำร้องอยู่ที่ คณะกรรมการและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ยังไม่ได้ชี้มูลเช่นกัน ส่วนเรื่องที่ขู่จะฟ้องร้องกลับนั้น ตนก็มั่นใจว่าคำร้องที่ตนและพรรคร่วมฝ่ายค้านทำรอบคอบมาก และอยากบอกว่า นักการเมืองที่ดีจะต้องมีเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักการเมืองคือ เรื่องยอมรับการตรวจสอบ

