โจทย์ใหม่ การเมือง ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ สะพาน พระราม 8
พลันที่หน่วย “การ์ด” ปรากฏขึ้น ณ เบื้องหน้าการเดินเข้ามาในพื้นที่เวทีปราศรัยใต้สะพานพระราม 8 มหานครกรุงเทพฯ
แนวทาง “ก้าวข้าม ความขัดแย้ง” ก็ถูก “ท้าทาย”
เมื่อการปะทะบังเกิดขึ้นและตามมาด้วยการกดดันให้ “ขบวนน้อยๆ” ของเยาวเรศรุ่นเจริญศรีต้องถอยร่นออกไป
เพียงแต่เหลือ 1 คนที่ยังตกค้างอยู่
ภาพแห่งการ “สหบาทา” ต่อร่างของเยาวเรศรุ่นเจริญศรี ก็ยิ่งเป็นการกระทืบลงไปบนคำขวัญอันโอ่อ่างดงาม
เป็นการ “ก้าวข้าม” ร่างแห่ง “ความขัดแย้ง” ที่ดุเดือดยิ่ง
แม้จะมีการออกมาแถลงและฉายชี้ให้เห็นอาการบาดเจ็บของ “การ์ด” ร่างกำยำโดยการนำของ นายสกลธี ภัททิยกุล
กระนั้น ทุกอย่างก็ “สาย” ไปเสียแล้ว
คนที่น่าเห็นใจนอกเหนือจากเยาวเรศรุ่นเจริญศรี “ร่างท้วม” อันมาพร้อมกับคณะย่อยๆ ที่ต้องการแสดงออกซึ่งสิทธิตามรัฐธรรมนูญแล้ว
น่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แยกออกไปสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ
ก็เป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ใน “มาด” ใหม่
เป็นมาดอันมีพื้นฐานมาจาก “ใจบันดาลแรง” เป็นมาดอันสะท้อนความต้องการที่จะ “ก้าวข้าม” ทุก “ความขัดแย้ง”
ก่อนรัฐประหาร 2549 ก่อนและหลังรัฐประหาร 2557
นั่นก็เห็นได้จาก “จดหมาย” อันลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จำนวน 6 ฉบับที่ต้องการลด “ความขัดแย้ง” ในแบบ “ก้าวข้าม”
เมื่อเกิดเรื่องใต้สะพานพระราม 8 ก็พังครืน
ในความจริง แต่ละ “เนื้อความ” ซึ่งปรากฏผ่าน “จดหมาย” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สังคมก็แคลงคลางกังขา
เหมือนกับที่แคลงคลางกังขา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยิ่งรับฟังคำปราศรัยในแต่ละเวทีจากปาก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาไม่ขาดสาย
รวมถึงที่ไปปะทะกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเมื่อ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ผนึกพลังร่วมกับ นายสกลธี ภัททิยกุล ความร้อนแรงจะรวดเร็วได้ระดับนี้
เหมือนกับต้องการ “จบ” แต่เด่นชัดยิ่งว่า “ไม่” จบ
ไม่แน่ใจว่าระหว่างร่วมงานสวดศพ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมีสมาธิเพียงใด
ในเมื่อแนวทาง “ก้าวข้าม” ถูกขวางด้วย “ความขัดแย้ง”
ประหนึ่งว่า สถานการณ์ใต้สะพานพระราม 8 จะเป็น “อุบัติเหตุ” อยู่นอกเหนือความคาดคิด
แต่หากประเมินผ่านบทบาท “การ์ด” ที่แสดงตัว
ประสานเข้ากับคำปราศรัยอันดุเดือดเข้มข้นของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และการบริหารของ นายสกลธี ภัททิยกุล
ทุกอย่าง “กลมกลืน” อย่างเป็น “เนื้อเดียว” กัน

