การเมือง-เป็นไปได้
ไม่รู้ใครนำสำนวนฮิตในวงการยุทธจักรจีน “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” มาแปลงว่า “ไม่ยุบสภา ไม่เห็นหน้านักการเมือง” เข้ากับบรรยากาศการเมืองไทยในขณะนี้อย่างยิ่ง
หลังประกาศยุบสภาเมื่อ 20 มีนาคม ชาวบ้านชาวเมืองได้เห็นนักการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะ ส.ส.เก่า ที่หายหน้าไปนาน และจะเห็นถี่ขึ้นทั้งคนเก่า และนักการเมืองหน้าใหม่ หลัง กกต.เปิดรับสมัครชิง ส.ส. 3-7 เมษายน
อีกทั้งยังได้ยินเสียงดังโหวกเหวกจากรถแห่ที่ตระเวนวิ่งไปมา ประชาสัมพันธ์ผู้สมัครและเบอร์ พร้อมชูนโยบายเด็ดๆ
แถมวันดีคืนดี อาจมีคนมาชวนนั่งรถไปเที่ยวฟรี ไม่ใกล้ ไม่ไกล แถมได้เสื้อผ้า อาหารการกินมีพร้อมที่สำคัญยังมีค่าเสียเวลาให้ แต่ต้องอยู่ร่วมฟังเวทีปราศรัยด้วย…ไม่งั้นอด
สำหรับผู้สมัคร ส.ส.เขต ต้องขยันลงพื้นที่ให้ชาวบ้านคุ้นหน้าคุ้นตา ได้รับรู้ว่าอยู่พรรคไหน เบอร์อะไร แม้จะเป็น ส.ส.เก่า แต่หายหน้าไป 4 ปี ชาวบ้านจำไม่ได้แล้ว…555
ส่วนหน้าใหม่ ถึงโปรไฟล์จะดี แต่ถ้าไม่ดังจริง ไม่ใช่ทายาท หรือคนในสังกัดบ้านใหญ่ ก็เหนื่อยหน่อย
ขณะที่ระดับพรรค ทั้งผู้บริหารและผู้มีชื่อในปาร์ตี้ลิสต์ ก็ต้องลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ลูกพรรคในเขตต่างๆ รวมทั้งโปรโมตพรรคเพื่อขอคะแนนบัญชีรายชื่อด้วย
สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หากไม่บิ๊ก ไม่เจ๋งจริง อย่าหวังจะอยู่ในเซฟตี้โซน การันตีเก้าอี้ ส.ส. เว้นแต่จะมีกระสุนมากพอ ก็จะขยับอันดับให้ได้ ส่วนจะอยู่ที่เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกระสุนที่จะส่งเข้าคลัง
ขณะเดียวกัน ก็มีการเดินเกมใต้ดินคู่ขนานไปด้วยทั้งปล่อยข่าวต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการจับขั้วพันธมิตรกับพรรคนั้น พรรคนี้ โชว์ตั้งรัฐบาลล่วงหน้า จะดันคนนี้ คนนั้น เป็นนายกฯคนใหม่
ที่ผ่านมาจึงเห็น “ก้อนหิน” เกลื่อนไปหมด ทั้งโยน ทั้งขว้าง เพื่อถามทาง หยั่งเชิงสถานการณ์ และท่าทีของฝ่ายตรงข้าม เพื่อปรับยุทธวิธี พลิกเกมให้เหนือคู่แข่ง
อีกทั้ง หลังรู้ผลคะแนน เชื่อกันว่าจะเป็นรัฐบาลผสมแน่ เพราะโอกาสเป็นรัฐบาลพรรคเดียวคงยาก
ตามธรรมเนียม พรรคที่ได้ ส.ส.มากสุด ต้องเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล อยู่ที่ว่าจะรวมเสียงได้พอไหม เพราะพรรคอันดับรองลงไปหากรวมเสียงได้มากกว่า ก็มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน
หากอดีตพรรคฝ่ายค้าน ได้ ส.ส.มากสุด แต่รวมพรรคอื่นแล้วไม่ถึง 376 เสียง ก็เหนื่อยหน่อยในการโหวตแคนดิเดตนายกฯ เพราะต้องฝ่าด่านโหด 250 ส.ว. เว้นแต่จะดึงพรรคที่มีบิ๊กเนม เจรจาต้าอ้วยกับ ส.ว.ได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา
แต่ถ้าเป็นอดีตพรรคร่วมรัฐบาล รวมเสียงได้เกินครึ่ง มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้สบายกว่า เพราะด่าน 250 ส.ว.พวกเดียวกัน โบกให้ผ่านฉลุย
ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าก่อนจะถึงวันกาบัตร…อะไรก็เกิดขึ้นได้
อย่างวลีเก๋ากึ๊กของฝรั่งที่ว่า “Politics is the art of the possible” หรือ “การเมืองคือศิลปะที่เป็นไปได้” เป็นปรัชญาทางการเมืองว่าด้วยการบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งที่ไม่อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้
บ้างก็ว่า เป็นการเดินไปสู่จุดหมาย โดยการประนีประนอม ยอมแลก ยอมเสีย ยอมถอยหลังเพื่อเดินหน้า เพื่อให้ได้สิ่งที่มุ่งหมาย อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด หรือสมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าไม่ยอมแลก หรือยอมเสีย ก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย
หลัง 14 พฤษภาคม ศิลปะที่เป็นไปได้ของการเมืองไทย จะมีโฉมหน้ายังไง…รอดูชม
สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

