แนวรบ3เขต‘ภูเก็ต’ระอุ ปชป.ทวงคืนแชมป์
สนามเลือกตั้ง 3 เขต ‘ไข่มุกแห่งอันดามัน’ จ.ภูเก็ต มี ส.ส.เพิ่มจาก 2 เป็น 3 เก้าอี้ ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี จ.ภูเก็ต ถือเป็นฐานเสียงการเมืองสำคัญ ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ครอบครอง แต่การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562 ปรากฏว่าชาวภูเก็ต เปลี่ยนใจเลือกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทั้ง 2 เขต คือ ‘สุทา ประทีป ณ ถลาง’ เขตที่ 1 ได้ 32,338 คะแนน และ ‘นัทธี ถิ่นสาคู’ เขตที่ 2 ได้ 27,267 คะแนน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จ.ภูเก็ต ได้เพิ่มมา 1 เขตเป็น 3 เก้าอี้ทำให้การแข่งขั้นยิ่งเพิ่มความดุเดือดขึ้นไปอีก
เขตที่ 1 ‘สุทา ประทีป ณ ถลาง’ แชมป์เก่าจากพรรค พปชร.ขอย้ายสนามไปเขต 3 โดยพรรค พปชร.ส่ง ‘จิรายุส ทรงยศ’ อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต มาป้องกันเก้าอี้แทน ต้องเจอคู่ต่อสู้คือ ‘กวี ตันสุคตานนท์’ จากพรรค ปชป. อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ตหลายสมัย ขณะที่ ‘นิพนธ์ เอกวานิช’ นักธุรกิจผู้บริหารภูเก็ตสมาร์ทบัส สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขอลงชิงชัยด้วย
ยังมี ‘วัชรพงษ์ อนันตกูล’ พรรคเพื่อไทย (พท.) อดีตรองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ส่วน ว่าที่ ร.ต.สมชาติ เตชถาวรเจริญ จากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทนายความ ขณะที่ ‘นวลจันทร์ สามารถ คุ้มบ้าน’ อดีต สจ.ภูเก็ต ลงสังกัดรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ ‘อนันตรักษ์เพ็ชรหิน’ ทนายความ จากพรรคเสรีรวมไทย (สร.)
เขตที่ 2 ‘นัทธี ถิ่นสาคู’ แชมป์เก่าจาก พรรค พปชร.จะลงป้องกันเก้าอี้ เจอคู่แข่งคือ ‘ชัยยศ ปัญญาไวย’ จากพรรค ปชป. และประธานสภาทนายความภูเก็ต จะขอล้างตาอีกครั้งหลังรอบที่แล้วพ่ายแพ้ไปแค่ 3 พันกว่าคะแนน ขณะที่ ‘วิวัฒน์ จินดาพล’ จะสวมเสื้อพรรค ภท. อดีตรองประธานสภา อบจ.ภูเก็ต ส่วน ‘ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล’ ทนายความ จากพรรค ก.ก.
นอกจากนี้ ยังมี ‘ว่าที่ ร.ต.ชาญณรงค์ ประทีป ณ ถลาง’ จากพรรค รทสช. อดีต สจ.ภูเก็ต ส่ง ‘สรธรรม จินดา’ พรรคพท. อดีตรองนายก อบจ.ภูเก็ต ขณะที่ ‘มณีรัตน์ วิชัยดิษฐ สุขยิรัญ’ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และ ‘อรทัย เกิดทรัพย์’ จากพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ที่ร่วมชิงชัยในเขต 2 ด้วย
เขตที่ 3 ‘สุทา ประทีป ณ ถลาง’ แชมป์เก่าเขตที่ 1 จากพรรค พปชร. ที่ขอลงมาชิงชัยในพื้นที่นี้ เจอคู่ต่อสู้ คือ ‘วงศกร ชนะกิจ’ จากพรรค ภท. ขอวัดเพื่อชิงเก้าอี้พื้นที่ใหม่ครั้งนี้ ขณะที่ ‘พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์’ อดีต สท.ตำบลวิชิต สวมเสื้อพรรค ปชป. ขอทวงคืนสนามภูเก็ต
ส่วน ‘เฉลิมพงศ์ แสงดี’ พรรค ก.ก. ด้าน ‘ปิยะ สีดอกบวบ’ ลูกชายรองนายก อบจ.ภูเก็ต จะสวมเสื้อพรรค รทสช. ยังมี ‘อาวุธ หนูเชต’ อดีตนักฟุตบอลอาชีพภูเก็ตเอฟซี จะลงชิงชัยในนามพรรค พท. และ ‘เทมส์ ไกรทัศน์’ สวมเสื้อพรรค ชพก. ขอร่วมวงสู้การเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ก่อนจะยุบสภาแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งว่าที่ผู้สมัครลงแข่งขันครั้งนี้ หัวหน้าพรรคได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ต่างชูนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง ที่โดดเด่นสอดรับกับเมืองท่องเที่ยว มุ่งหวังกวาดทั้ง 3 เขตนี้ให้ได้ ชูนโยบายหวังโดนใจชาวภูเก็ต อาทิ พรรค ภท. ตั้งศูนย์ฟอกไตฟรี ดูแล อสม.เพิ่มค่าป่วยการเป็น 2,000 บาท เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว ฯลฯ
ขณะที่ พรรค พท.เพิ่มรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว อัพเกรด 30 บาทรักษาทุกโรค ฯลฯ ส่วนพรรค ปชป.ดันชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาททุกชุมชน ธนาคารหมู่บ้านชุมชนแห่งละ 2 ล้านบาท ฯลฯ ด้านพรรค ก.ก. ชูปลดล็อกท้องถิ่น ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯทุกจังหวัด ปรับค่าแรงขั้นต่ำ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ฯลฯ
ส่วนพรรค รทสช. เพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัส เป็น 1 พันบาทต่อเดือน ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชนวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ฯลฯ ขณะที่ พรรค พปชร.จะเพิ่มเงินสวัสดิการบัตรประชารัฐเป็น 700 บาทต่อเดือน ฯลฯ และพรรค ชพก. ชูจังหวัดจัดการตนเอง เขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ ฯลฯ
นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่นำเสนอเรียกแต้ม จะโดนใจถูกใจชาวภูเก็ต หรือไม่ วันที่ 14 พฤษภาคม จะมีคำตอบว่าใคร พรรคไหนเข้าวินบ้าง

